My red thread, my roommate

ตอนที่ 1

แสงไฟสีขาวสว่างสาดลงผิวกายเนียนสวย เสียงชัตเตอร์รัวเร็วกดบันทึกความงดงามของ นายวีรินทร์ ภูริวัฒนเมธา นางแบบที่เลื่องลือว่าจับจองตัวได้ยากนักหนา

ใช่ นางแบบสาว ไม่ใช่นายแบบแต่อย่างใด

แม้คำนำหน้าชื่อบนบัตรประชาชนของ วีรา จะเป็นนาย มีความเป็นชายทั้งร่างกาย แต่ใบหน้าเรียวหวานละมุมซ่อนความคมคายไว้ในดวงตาสีน้ำข้าว ผมสีบลอนด์ทองธรรมชาติเป็นประกายยาวสลวยราวกับหญิงสาว ไม่ใช่เพียงรูปลักษณ์ภายนอก แม้แต่น้ำเสียงเองก็หวานหยด สิ่งเหล่านั้นทำให้วีราเข้าสู่วงการนางแบบตั้งแต่จำความได้ โดยผู้เป็นแม่

“คุณรินทร์ครับ เซตสุดท้ายแล้วเดี๋ยวจะมีการถอดโอบิออก โชว์หลังตามที่ตกลงกันไว้นะครับ”

“ค่ะ”

รินทร์ เป็นชื่อในวงการถ่ายแบบของ วีรา เขาพยักหน้าตอบรับล่ามชาวไทยที่ตามติดดูแลกันมาตลอดทั้งวัน เพราะสถานที่ถ่ายทำ ณ ขณะนี้ไม่ใช่ประเทศไทย แต่เป็นญี่ปุ่น ต่างที่ ต่างถิ่น ทั้งยังตัวคนเดียวไร้ผู้จัดการคนสนิท จึงต้องเกาะติดพี่ล่ามเป็นตังเม

“ซูมิมาเซ็น”

“โดโสะ”

วีรายิ้มละไมให้สไตลิสต์ชาวญี่ปุ่น ตอบรับด้วยคำที่ท่องจำมา อนุญาตพร้อมกางแขนออกให้เธอได้เข้ามาจัดการกิโมโนสีแดงตัวสวยตามหน้าที่ ใบหน้าขาวโพลนของเขาก็ว่าขาวอยู่แล้ว แต่เหมือนจะยังไม่พอใจช่างแต่งหน้า เธอนำแป้งมาโบกเพิ่มความขาวขึ้นอีก แถมยังเพิ่มสีสันด้วยสีแดงแข่งกับชุดลงริมฝีปากและดวงตา

“โอ้วววว คิเร!!”

“อาริกาโตะ”

ปากตอบอย่างแต่ใจกลับรู้สึกอย่าง วีราไม่ค่อยเข้าใจความชื่นชอบของชาวญี่ปุ่นเท่าไรนัก เขามองว่าชุดกิโมโนที่สวมใส่อยู่ หรือเครื่องประดับต่างๆ ทั้งบนร่างกายและบนศีรษะนั้นสวยงาม แต่ไม่ใช่สำหรับการแต่งหน้า แต่ก็คงคัดค้านอะไรไม่ได้ เพราะนี่คือศิลปะ หากมองให้งามมันก็งาม

แต่พอได้มาแต่งเองดันคิดว่าไม่เข้ากันนัก

“เป็นเกอิชาที่สวยจริงๆ ครับ ผมคอนเฟิร์ม” ล่ามถึงขั้นยกนิ้วชื่นชมความงาม

“ขอบคุณค่ะ” วีรายิ้มตอบด้วยรอยยิ้มเป็นมิตร แม้ในใจกำลังร้อนรุ่มกับการถูกปลดเครื่องแต่งกายออกทีละชิ้น “พี่คะ ที่ตกลงในสัญญาบอกว่าโชว์ไปถึงแค่ช่วงกลางหลังนะคะ”

“ครับๆ” ล่ามหนุ่มพยักหน้าตอบรับ ก่อนจะหันไปบอกสไตลิสต์ “เธอบอกว่าจะร่นปกเสื้อลงมาถึงแค่ช่วงหัวไหล่ครับ”

“อ่อ ค่ะ”

โล่งใจขึ้นอีกเปลาะหนึ่ง หากให้เปลือยร่างกายมากกว่านี้คงไม่ดีแน่ แม้ใบหน้าจะสวยราวผู้หญิงสักแค่ไหน แต่ยังไงร่างระหงนี้ยังคงเป็นชาย ความลับที่ปกปิดมานับยี่สิบปี คงให้แตกกลางโตเกียวไม่ได้ ทั้งยังตัวคนเดียว เกิดอะไรขึ้นคงรับมือไม่ไหวแน่

วีราคิดถึง พศิน ผู้จัดการคนโปรดขึ้นมาจับใจ

“พี่โยนะพี่โย ทำไมปล่อยวีมาคนเดียว” ได้แต่พึมพำเป็นบทสวดถึงผู้จัดการ

“เดี๋ยวเริ่มเซตต่อไปแล้วนะครับ คุณรินทร์หันหลังได้เลยครับ เอียงให้เห็นเสี้ยวใบหน้านะครับ” ล่ามเริ่มออกคำสั่งตามคำพูดของช่างภาพแก่นางแบบคนสวย “ของฟิลเหม่อลอยครับ เล่นกับพร็อพได้เลยครับ ดีครับ ดีครับ”

ปกเสื้อกิโมโนตัวสวยร่นลงเผยให้เห็นลาดหัวไหล่บาง แผ่นหลังขาวเนียนถูกแต่งแต้มลวดลายเป็นรูปกุหลาบสีแดง มือเรียวหยิบพู่กันขึ้นมาแสร้งว่ากำลังตั้งท่าเขียน ริมฝีปากกระจับเล็กอวบอิ่มเคลือบลิปแดงสดเผยอเล็กน้อย ดวงตาเศร้าหมองเหม่อลอยอย่างที่อยากให้เป็น

ทุกอย่างงดงามเสียจนคนทั้งสตูตาค้างอ้าปากหวอ สมแล้วกับเป็นที่เลื่องลือว่าจับจองตัวยากลำบาก ความสามารถการสื่ออารมณ์เป็นเลิศ คุ้มค่าเสียจริงกับเม็ดเงินที่เสียไป

“เยี่ยมมากครับ!!”

เสียงล่ามตะโกนบอกนางแบบเมื่อช่างภาพพึงพอใจกับผลงาน เคยเห็นนางแบบฝีมือดีมาตั้งมากมาย แต่กับนางแบบคนนี้ทำเอาประหลาดใจมากกว่าที่คาดคิดไว้หลายเท่า ผลงานออกมาเทียบเท่าดาราดังมีประสบการณ์หลายคน แต่กลับเป็นเพียงนางแบบฟรีแลนซ์ ไม่เข้าอยู่สังกัดใด ข้อมูลส่วนตัวถูกปกปิด ช่องทางติดต่อได้มีเพียงผู้จัดการ

แต่ความเป็นปริศนานั้นกลับยิ่งดึงดูดเหล่าช่างภาพ อยากร่วมงานด้วยสักครั้ง แม้ข้อเสนอและจำนวนเงินไม่ว่ามากมายแค่ไหน หากส่งไปไม่ถูกเวลาก็จะถูกปัดตกทันที

เพราะนางแบบคนนี้รับงานเฉพาะช่วง

ช่วงที่กำลังอดตาย

วีรารวบกิโมโนขึ้นคลุมร่างอย่างรวดเร็ว ปกปิดส่วนหน้าอกแบนราบของตนไว้ให้รอดพ้นสายตาของชายหนุ่มในสตู เพราะด้านในเปลือยเปล่า ไม่ได้ใส่ชั้นในเสริมหน้าอกพรางตาอย่างทุกที รู้สึกได้ถึงความกระหายผ่านสายตาหลายต่อหลายครั้ง แต่กลับทำได้เพียงปั้นหน้ายิ้ม แม้ใจจริงอยากป้อนหมัดหนักๆ ให้ลองชิมสักคำ

เห็นอย่างนี้เรื่องต่อยตีก็ไม่ได้น้อยหน้าใคร ถึงส่วนใหญ่จะเป็นการตบตีกับผู้หญิง ถูกเข้าใจผิดว่าเป็นผู้หญิงแล้วไปอ่อยแฟนของพวกเธอเข้า

ไม่ลืมหูลืมตากันเอาเสียเลย

“อาริกาโตะ!!”

เสียงปรบมือดังขึ้นทั่วบริเวณเมื่อนางแบบสาวสวยหันมาก้มหัวขอบคุณอย่างมีมารยาท คนทั่วทั้งสตูเองก็ก้มหัวลงขอบคุณเช่นกัน คำหวานเอ่ยชมถูกป้อนมาไม่หยุด จนนางแบบต้องบอกล่ามว่าอยากจะพัก เหนื่อยเต็มที ถึงได้ถูกปล่อยตัวออกมา

วีราก้าวขาเร็วๆ เดินออกมาจากสตู ตรงไปยังห้องพักนางแบบ ห้องที่เขาจะได้พื้นที่ส่วนตัวกลับคืน ปั้นหน้ายิ้มมาตลอดทั้งวัน เมื่อยจะแย่ แต่กลับลืมไปว่าเขายังพักไม่ได้ เครื่องหน้าแน่นทั้งยังลอยเพ้นท์กลางหลัง เขาจะต้องลบมันออกเสียก่อน ยังดีที่มีสไตลิสต์และช่างแต่งหน้าคอยดูแลทำความสะอาดให้ อย่างน้อยก็ไม่ต้องนั่งลบหน้าด้วยตัวเอง

ขอพักสายตาสักหน่อยแล้วกัน

ระหว่างนางแบบคนสวยของกองนั่งสัปหงกอยู่นั้น โทรศัพท์มือถือในกระเป๋าสะพายใบเล็กก็ดังขึ้น เพลงที่ชื่นชอบนักหนาแต่กลับไม่อยากได้ยินในเวลานี้ มือเรียวสวยสมกับเป็นหญิงแม้จะเป็นชายยื่นไปหยิบกระเป๋า ล้วงหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาดูชื่อปลายสาย เพียงแค่เห็นชื่อ น้ำตาก็พานจะไหลเอา

“พี่โย~” วีรากรอกเสียงให้ปลายสายได้รับรู้ถึงความเหนื่อยล้า

(ดูทำเสียงเข้า เป็นยังไงบ้าง งานราบรื่นดีใช่ไหม?)

“ครับ” ร่างทั้งร่างสะดุ้งเล็กน้อย เผลอหลุดคำตอบรับของผู้ชายไปเสียได้ มองซ้ายมองขวาหาล่ามชาวไทย นึกโล่งอกในใจที่ล่ามไม่สามารถเข้ามาในเวลานี้ได้ “งานน่ะราบรื่นครับ แต่วีไม่โอเคกับสายตาคนบางกลุ่มเลย ไม่มีพี่คอยมองจิกให้ด้วย”

(ของหญิงหรือชาย?)

“ชาย”

วีราออกอาการงอแง ไม่มีพี่ชายคอยปกป้องเหมือนทุกที สายตาโลมเลียจากผู้ชายบางกลุ่มมันทำให้ไม่สบอารมณ์สักเท่าไร ไม่ใช่ว่าหวาดกลัว มันเป็นความขยะแขยงเสียมากกว่า อยากเดินเอารองเท้าไปตบตาสักที แต่กลัวรองเท้าเขาจะเปื้อนเอา

(อย่าไปตบตีกับใครเขาล่ะ พี่ไม่อยู่ตรงนั้น ปกป้องคนอื่นจากฝ่ามือแกไม่ได้นะ)

“พี่ต้องปกป้องวีสิ” วีราเหล่ตามองโทรศัพท์มือถืออย่างขุ่นเคือง “ถ้าไม่ติดว่างานนี้ได้เงินเยอะนะ วีไม่รับหรอก”

(บอกแล้วให้คิดดีๆ แถมพี่ยังติดธุระไปด้วยไม่ได้)

“ทำไงได้ ก็วีต้องรีบหาเงินไปหาห้องใหม่ ไหนจะค่าเทอม”

ถอนหายใจเฮือกใหญ่ออกมาพร้อมนึกถึงภาระมากมาย โดยปกติวีราจะไม่รับงานถ่ายภาพนู้ดโดยเด็ดขาด เหตุผลหลักก็คงไม่พ้นเรื่องเพศที่แท้จริง ยิ่งงานครั้งนี้จากนิตยสารภาพนู้ดโดยตรง แน่นอนว่าแค่เห็นชื่อบริษัทก็ปัดผ่านทันที แต่เพราะถูกตื๊ออยู่นาน และตัวเขาจำเป็นต้องรีบหาเงินจำนวนมาก จึงได้ยอมลองอ่านข้อเสนอ ทำการร่างสัญญากันใหม่วุ่นวายทีเดียว กว่าที่จะรู้สึกพอใจ

“เงินเหลือจากมัดจำค่าห้องเก่ายังไงก็ไม่พอใช้”

(นี่ไงผลของการไม่ยอมรับงาน คนติดต่อมาตั้งเยอะแยะ)

“พี่ก็รู้เหตุผลนี่”

(……)

“ผมจะอยู่วงการนี้ได้สักเท่าไรเชียว”

ความลับที่ปกปิดไว้ จะแดงเมื่อไรก็ไม่อาจรู้

(จะกลัวอะไร ไม่มีใครรู้หรอก)

“ถ้าผมยังต้องเป็นรินทร์ แล้วเมื่อไรที่ผมจะเป็นวีราได้”

(รินทร์นั่นก็มาจากชื่อแกนะ เอาล่ะๆ อย่าเพิ่งคิดอะไรมากเลย ฮึบๆ ถ่ายงานพรุ่งนี้อีกวันก็เสร็จ กลับมาเดี๋ยวพาไปเลี้ยงหมูทะ)

“ห้องพี่นะ ข้างนอกคนเยอะ ร้อนด้วย”

(ครับบบ คุณหนู แล้วอย่าลืมล่ะ ถ้าเขาให้ถ่ายโป๊เกินก็ปฏิเสธไปเลยนะ)

“ครับ”

(โอเค แค่นี้แหละ ดูแลตัวเองดีๆ)

สายถูกตัดไปแล้วแต่มือถือยังคงแนบอยู่บนแก้ม วีราถอนหายใจออกมาอีกครั้งก่อนจะหันหน้ากลับไปให้ช่างได้ลบเครื่องสำอางต่อ ในตอนนี้ชุดกิโมโนถูกเปลี่ยนเป็นชุดลำลองธรรมดา เพียงแค่เสื้อยืดกางเกงยีนสีเรียบแบรนด์ดัง หลังจากจัดการลบรอยเพ้นท์ด้านหลังจนหมด เหลือเพียงเครื่องสำอางบนใบหน้าและผมที่ถูกจัดแต่งเป็นทรง

“ขออนุญาตนะครับ”

“ค่ะ” วีราหันไปตามเสียงเรียก เป็นล่ามคนเดิมเดินเข้ามาภายในห้อง “ว่ายังไงคะ?”

“เดี๋ยวลบเครื่องสำอางเสร็จจะมีคนมาสระผมให้คุณรินทร์นะครับ”

“ไม่เป็นไรหรอกค่ะ เดี๋ยวรินทร์กลับไปจัดการที่โรงแรมก็ได้ค่ะ”

“พอดีพวกเราจะชวนคุณรินทร์แวะไปดื่มกันสักหน่อย ไปทั้งผมแบบนั้นคงไม่ดีมั้งครับ ฮ่าๆ ๆ ๆ”

“เอ่อคือ…”

“เดี๋ยวจะมีการคุยงานวันพรุ่งนี้ด้วยครับ”

“……”

แล้วจะไม่ถามความสมัครใจของผมก่อนหรือไงครับ วีราได้แต่คิด แต่กลับต้องยิ้มรับและตอบตกลงไป

หากเป็นปกตินางแบบจอมปลีกวิเวกเข้ากับใครไม่ค่อยจะได้ คงตอบปฏิเสธสิ่งที่ตนไม่ต้องการและตรงดิ่งกลับห้องเพื่อพักผ่อนทันที แต่นี่ดันต่างถิ่น และพรุ่งนี้ยังต้องร่วมงานกันอีกครั้ง มันคงไม่ดีนักถ้าทำอย่างใจอยาก

ทนอีกสักหน่อยแล้วกันวีรา

ดูเหมือนวีราจะตัดสินใจผิดมหันต์

“คุณรินทร์สวยขนาดนี้ไม่มีแฟนจริงๆ เหรอครับฮ่าๆ ๆ ๆ”

“ค่ะ” วีราตอบคนเมาด้วยน้ำเสียงนิ่งเรียบ รำคาญเสียงวุ่นวายรอบกาย ทั้งยังเริ่มรู้สึกมึนๆ แล้ว

หลังจากออกจากสตูทีมงานบางส่วนก็พานางแบบสาวสวยมาร้านอาหารกึ่งบาร์แห่งหนึ่งย่านชิบูย่า ตัวนางแบบเป็นคนรีเควสเอง หาร้านที่ใกล้กับโรงแรมของเจ้าตัว นำทีมโดยตากล้อง ก่อนหน้าท่าทีใจดี แต่เมื่อน้ำเมาเข้าปากสายตากลับเปลี่ยนไปอย่างกับผีเข้า ส่วนอีกคนไม่คุ้นหน้า แต่คงเป็นใครสักคนในสตูที่วีราไม่ได้อยากรู้จักนัก สายตาคมคู่นั้นลอบมองเขาอยู่หลายต่อหลายครั้ง

“ผมสวยจังนะครับ”

“อย่าแตะ!”

สะดุ้งตกใจจนรีบปัดมือหยาบออกให้พ้นทาง ไม่คุ้นชินกับการถูกสัมผัสไม่ว่าอวัยวะใดบนร่างกาย มือเรียวจับปลายผมสีอ่อนเป็นลอนธรรมชาติที่ถูกมัดมวยขึ้นสูงมาพาดไว้บนหัวไหล่ด้านหนึ่งอย่างหวงแหน อย่าปล่อยให้ใครมาแตะต้องได้แม้แต่ปลายเส้นผม เป็นสิ่งที่คุณพ่อชาวแคนาดาของวีราสั่งสอนมาตั้งแต่น้อย

แม้ตอนนี้พ่อคนนั้นจะมีครอบครัวใหม่ไปแล้วก็ตาม

“ขอโทษครับ ผมมือไวไปหน่อย”

“ไม่เป็นไรค่ะ” มือเรียวกระชับเสื้อหนังสีดำเข้าหาตัวมากขึ้น

“แล้วสเปกที่คุณรินทร์ชอบเป็นแบบไหนเหรอครับ? คุณตากล้องเขาถามมา”

“ไม่มีหรอกค่ะ รินทร์ไม่ถูกกับเรื่องรักๆ ใคร่ๆ เท่าไร”

ดวงตาสีน้ำข้าวมองฟองสีขาวบนผิวน้ำสีเหลืองในแก้วใบใหญ่ กลิ่นแอลกอฮอล์ที่เคยรุนแรงตอนนี้กลับเริ่มจืดจางเพราะความชิน ริมฝีปากกระจับเคลือบลิปมันวาวสีชมพูระเรื่อกระตุกยิ้ม

ความรักน่ะ สักวันเดี๋ยวมันก็พังทลายลง

“จริงสิครับ พรุ่งนี้ช่วงเช้าคุณรินทร์อยากไปเที่ยวไหมครับ เดี๋ยวผมนำเที่ยวเอง” ล่ามเอ่ยถามนางแบบสาว พยายามชวนเธอคุยด้วยสติอันน้อยนิด

“หือ? เที่ยวเหรอคะ?”

“ในโตเกียวมีวัดหลายที่เลยนะครับที่ช่วยให้ความรักสมปรารถนา เอ่อ… มันมีอยู่วัดหนึ่งที่ดังๆ” ล่ามหนุ่มทำท่าครุ่นคิด ก่อนจะหันไปถามตากล้องที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้าม สอบถามข้อมูลกันอยู่พักใหญ่ “คุณรินทร์รู้จักด้ายแดงไหมครับ?”

“……” วีราไม่ได้ตอบกลับ ทำเพียงหันไปมองคนข้างกายนิ่ง

“ว่ากันว่าเกิดมาทุกคนจะมีเส้นด้ายสีแดงที่นิ้วนางข้างซ้ายครับ มันจะเชื่อมไปหายังรักแท้ที่เป็นเนื้อคู่ของเรา วัดนั้นจะช่วยทำให้เราเจอคนคนนั้นครับ”

“หึ”

เรื่องด้ายแดงน่ะเหรอ

“ไปไหมครับ ผมคิดว่าพรุ่งนี้คนน่าจะเยอะ เราไปเช้าหน่อยคงดี งานเราก็ถ่ายตั้งช่วงเย็น มีเวลาเหลือเฟือ”

“ไม่ดีกว่าค่ะ รินทร์ยังไม่อยากเจอเนื้อคู่ตอนนี้ อีกอย่าง…” วีรายกมือข้างซ้ายขึ้นมาเสมอใบหน้า จ้องมองไปยังนิ้วกลางของตน “ด้ายแดงมันอยู่นิ้วกลางต่างหาก”

“ว่าไงนะครับ”

“รินทร์เคยอ่านเจอในนิยายค่ะ” วีราหัวเราะกลบเกลื่อนก่อนจะยกเบียร์ขึ้นดื่มจนหมดแก้ว ถึงจะไม่ใช่คนคออ่อนอะไร แต่ถูกชวนชนแก้วหลายต่อหลายครั้งก็เล่นเอามึนหัวไม่น้อย

เสียงเพลงภายในร้านและเสียงพูดคุยด้วยภาษาที่วีราไม่อาจแปลออกยังคงดังอยู่ต่อเนื่อง นัยน์ตาสีอ่อนมองออกไปนอกหน้าต่าง ผู้คนเดินขวักไขว่กันมากมาย แม้ตอนนี้จะดึกมากแล้วก็ตาม

ในย่านนี้เป็นแหล่งร้านอาหารและผับบาร์ จึงสังเกตเห็นกลุ่มวัยรุ่นมารวมตัวกันมากมาย บ้างก็ยืนจับกลุ่มสูบบุหรี่กันจนควันลอยฟุ้งในอากาศหนาวเหน็บ บ้างก็เป็นหนุ่มสาวยืนคลอเคลียนัวเนียกันอย่างโจ่งแจ้ง ดูว่าจะเป็นเรื่องปกติของที่นี่ บ้างก็ดูน่ารักยืนจับมือคุยกันด้วยใบหน้าเขินอาย

“หึ เดี๋ยวก็เลิกกัน” คำพูดนี้เขาไม่ได้พูดออกมาเพราะความอิจฉา แต่พูดออกมาเพราะสิ่งที่นัยน์ตาสีฟ้าอ่อนนี้เห็น

เห็นด้ายแดงแห่งโชคชะตาที่ทุกคนดูคลั่งไคล้มันนักหนา

ด้ายแดงน่ะ จะเชื่อมคนสองคนไว้ โรแมนติกจัง

สักวันเดี๋ยวฉันต้องได้เจอแน่ คู่ที่ด้ายแดงกำหนดไว้ให้

ความเชื่อเหล่านี้ทำผู้คนเจ็บปวดกันมาตั้งเท่าไร เพราะไม่อาจรู้ว่าคนข้างกายที่ตนรักนักหนา จะใช่คู่แท้ที่ด้ายแดงนั้นกำหนดไว้หรือไม่ หากวันหนึ่งคนข้างกายของเราได้พบคู่แห่งโชคชะตาของตัวเองขึ้นมา คนที่เจ็บปวดคงไม่พ้นคนที่ไม่ใช่

เรื่องแบบนี้ วีราเคยเห็นมากับตา อาจไม่ใช่กับตัวเอง แต่ความเจ็บปวดในตอนนั้นยังฝังลึกในความทรงจำ เป็นเพราะด้ายแดงโง่ๆ นี้ ทำให้ครอบครัวที่เคยอบอุ่น กลับต้องแตกแยก

เรื่องราวในอดีตย้ำเตือนจนในอกเริ่มปวดหนึบ

วีราหันกลับมายังกลุ่มคนรอบตัว ถอนหายใจออกมาและมองไปยังนิ้วกลางข้างซ้ายของตัวเองอีกครั้ง ปรากฏด้ายสีแดงถูกผูกไว้หลวมๆ สามารถมองเห็นได้ด้วยตา แต่กลับสัมผัสมันไม่ได้ นึกรำคาญอยู่บ่อยครั้ง อยากจะดึงมันออกไปให้พ้นๆ เพราะยังไงก็ไม่ได้อยากมีความรักหรือผูกชะตากับใครอยู่แล้ว

ตั้งแต่ยังเด็กดวงตาสีน้ำข้าวฟ้าอ่อนคู่นี้กลับมีความพิเศษกว่าผู้คนทั่วไป เด็กน้อยลูกครึ่งน่ารักและเป็นที่รักของพ่อแม่ สามารถมองเห็นด้ายสีแดงตรงนิ้วกลางข้างซ้ายของตัวเองและผู้อื่นได้ แม้ของผู้อื่นอาจต้องใช้สมาธิเพ่งมองมันสักหน่อยก็ตาม บ้างก็ยังสั้นและไม่ได้เชื่อมต่อกับใคร บ้างก็เริ่มยาวตรงไปในทิศทางหนึ่ง ซึ่งปลายทางคงเป็นคู่แห่งโชคชะตาที่ทุกคนหวังว่าจะได้เจอในสักวัน

แต่ไม่ใช่สำหรับวีรา

“ทำไมด้ายแดงของคุณพ่อ ไม่ได้เชื่อมกับคุณแม่ล่ะครับ?”

ภาพสีเทาพร้อมเสียงในความทรงจำทำเอาปวดหัว รู้สึกพะอืดพะอมขึ้นมา

“รินทร์ขอตัวไปเข้าห้องน้ำนะคะ รู้สึกมึนหัวนิดหน่อย” วีราหันไปบอกล่ามที่ดูท่าคงจะหมดสภาพในไม่ช้า เริ่มเลื่อยฟุบนอนลงกับโต๊ะ “คือ… ไหวไหมคะ?”

“หวายครับบบ ห้องน้ำอยู่ทางโน้นครับบบ”

เสียงยืดยาวถูกตอบออกมาทั้งที่เจ้าของเสียงยังฟุบหน้าอยู่บนโต๊ะ ท่าทางพะอืดพะอมจนคนข้างกายรีบเด้งตัวหลบ กลัวว่าจะมีอะไรพุ่งออกมาเสียจริง

วีราหยิบกระเป๋าขึ้นสะพายข้าง มองซ้ายมองขวาหาทิศทางที่ควรเป็นห้องน้ำ ไม่นานนักก็เจอป้ายรูปภาพโถสุขภัณฑ์แปะอยู่มุมหนึ่งของร้าน จึงรีบก้าวเท้าไวๆ ตรงไปทันที ตอนนี้รู้สึกหัวหนักอึ้ง อยากจะได้ความสดชื่นปะทะเข้าใบหน้าสักหน่อย

แต่ดูเหมือน ความสดชื่นจะหาไม่ได้จากที่ตรงนี้

หน้าห้องน้ำมีกลุ่มวัยรุ่นทั้งชายและหญิงยืนจับกลุ่มสูบบุหรี่อยู่ เมื่อชะโงกมองเข้าไปในห้องน้ำยิ่งแล้วใหญ่ หญิงสาวออกันเต็ม แต่งองค์ทรงเครื่องบนใบหน้า บางคนก็นอนเผละกองอยู่กับพื้น คนมองส่ายหน้าน้อยๆ น่าอนาถเหลือเกิน หากชายหนุ่มที่เธอชอบมาเห็นเข้า คงวิ่งเผ่นแน่บหนีเธอทันที

เห็นดังนั้นวีราจึงเลือกเดินหลีกออกมานอกร้าน ในมุมอับลับสายตาคน เป็นซอยแคบๆ ให้หนีความวุ่นวายได้ เขาทรุดตัวลงนั่นกับขั้นบันไดเล็กๆ สองขั้นของร้าน ขาเรียวแสนปวดเมื่อยกับการต้องเดินด้วยรองเท้าบูตเสริมส้นหนังสีดำเข้าชุดกับเสื้อ แม้ความสูงถึงร้อยเจ็บสิบหกเซนติเมตรสำหรับผู้หญิงจะเรียกได้ว่าสูงมากแล้ว แต่กลับยังต้องใส่เสริมส้นอีกทำไม เขาเองก็ไม่เข้าใจ

แต่พศินกลับบอกว่ามันจำเป็นกับงานครั้งนี้ ต้องทำตัวสมเป็นหญิงเพื่อความแนบเนียน อย่าให้ถูกจับได้เชียว คนที่นั่นผู้หญิงส่วนใหญ่เขาใส่ส้นสูงกันทั้งนั้น

วีราอยากรีบกลับไปถามว่าพี่ไปศึกษาข้อมูลจากที่ไหนมา สิ่งที่เขาเห็นกลับเป็นเหมือนหนังคนละม้วน สังเกตผู้หญิงหลายคนชอบใส่ผ้าใบ แล้วทำไมเขาต้องทนใส่ไอ้ส้นสูงบ้าๆ นี่ด้วยนะ

มือเรียวเริ่มบีบนวดตามน่องคลายความปวดเมื่อย ถึงการเป็นนางแบบจะทำให้ต้องสวมรองเท้าเสริมส้นอยู่หลายต่อหลายครั้ง แต่ไม่เคยเลยสักครั้งที่เท้าเรียวคู่นี้จะต้องรับภาระหนักตลอดทั้งวัน ปกติอย่างมากถ่ายงานก็เพียงแค่ไม่กี่ชั่วโมง

“กลับไปเมื่อไรพี่โยเตรียมถูกหยิกได้เลย” วีรานึกแค้นผู้จัดการคนสนิท บ่นอุบอิบอยู่คนเดียว “เฮ้ย!!”

คนที่กำลังก้มหน้าก้มตานวดขาอยู่สะดุ้งตกใจ หัวไหล่บางถูกมือใหญ่ของใครบางคนสัมผัส ด้วยสัญชาตญาณปกป้องตัว มือเรียววาดไปด้านหลังอย่างรวดเร็ว ก่อนจะหยุดชะงักกลางอากาศ เมื่อเห็นว่าคนคนนั้นไม่ใช่คนแปลกหน้า

“โกเมนนาไซ!!” วีรารีบลุกขึ้นก้มหัวขอโทษเพื่อนร่วมงานคนหนึ่งที่มาดื่มด้วยกันในวันนี้

“ไดโจบุเดส”

ชายหนุ่มท่าทีไม่น่าไว้วางใจในสายตานางแบบคนสวยเริ่มพูดพล่ามด้วยภาษาบ้านเกิด ทำเอาคนฟังยืนงง อยากหาจังหวะขัดก็กลัวจะเสียมารยาท จนกระทั่งคนพูดเริ่มสังเกตว่าไม่มีการสนทนาตอบกลับ จึงหยุดพูด ให้ช่องว่างแก่ร่างบางระหงตรงหน้า

วีรายืนนิ่งไปครู่หนึ่งก่อนจะนึกถึงประโยคที่ได้ฝึกซ้อมมาในระหว่างเดินทาง

“วะตาชิวา นิฮงโกกะ ฮานะเซะมาเซ็น” วีราเอ่ยบอกว่าตนไม่ได้ภาษา ถึงคุณพยายามพูดออกมาก็คงไม่เข้าใจ

“ไฮๆ”

“เอ่อคือ…”

ไฮๆ แล้วก็หยุดพูดสักทีสิครับคุณ

ทำได้เพียงแค่บ่นอุบอิบภายในใจ ชายหนุ่มยังคงไม่หยุดพยายามพล่ามบางสิ่งบางอย่าง มองดูก็รู้ว่าคงจะสติไม่ครบถ้วน แอลกอฮอล์คงเล่นงานอย่างเต็มที่

สถานการณ์ดูเหมือนจะเริ่มไม่ค่อยดีนักสำหรับวีรา ชายหนุ่มตรงหน้าเดินตรงเข้าใกล้มากขึ้น จึงรีบถดถอยออกห่างตามสัญชาตญาณ ใบหน้าของชายหนุ่มเปลี่ยนไป จากยิ้มแย้มกลายเป็นขึงขังดูเหมือนว่าถูกขัดใจ ส่งเสียงจิจ๊ะอย่างไม่สบอารมณ์ นั่นยิ่งทำให้วีราเริ่มหวั่นใจ

“อย่ามาแตะ!!”

หมดแล้วซึ่งความอดทน มือเรียวปัดมือหยาบที่พยายามเข้ามายุ่มย่ามบนร่างกายออกเต็มแรง เสียงพูดพล่ามเมื่อครู่เริ่มดังขึ้นจนกลายเป็นเสียงตะคอก แผ่นหลังบางกระแทกเข้ากับผนังจนเจ็บร้าว

“Shit!!”

วีราสบถหันมองคนที่ผลักเขาใส่กำแพง หน้าคนเมาไม่ได้สำนึกในสิ่งที่ทำเลยสักนิด แถมยังยิ้มเยาะและก้าวเข้าใกล้กันมากขึ้น ความหวั่นใจกลายเป็นความหวาดกลัว ถึงจะมั่นใจในพละกำลังของตัวเองอยู่ไม่น้อย แต่จากขนาดตัวที่มองด้วยสายตา แน่นอนว่าคงสู้แรงคนตัวใหญ่กว่าไม่ไหว

แม้จะสูงโปร่งฉบับนางแบบสาว แต่กลับยังตัวเล็กสำหรับผู้ชายตรงหน้าอยู่มาก ทั้งยังบอบบางและผอมเพรียว สู้ผู้ชายกล้ามเป็นมัดๆ คนนี้ไม่ได้แน่

“เฮ้!!”

เสียงตะโกนจากทางด้านประตูเรียกความสนใจของคนทั้งสอง ดวงตาสีฟ้าอ่อนเหมือนมีหวังขึ้น หันมองผู้มาเยือนคุ้นหน้า หวังว่าจะได้รับความช่วยเหลือจากตากล้องที่ร่วมงานกันมาตลอดทั้งวัน แต่ความหวังนั้นก็พังทลายลงในทันที เมื่อชายหนุ่มทั้งสอนพูดคุยขบขันกันเหมือนว่าวีรานั้นไร้ตัวตน

ลำแขนเต็มไปด้วยมัดกล้ามกักขังร่างบอบบางกำลังสั่นเทาเล็กน้อยไว้ กลับมาพูดพล่ามในสิ่งที่คนฟังนั้นไม่อาจเข้าใจ แผ่นหลังแทบหลอมรวมกันกำแพงหนา ยิ่งคนตรงหน้าขยับเข้ามาใกล้ คนถูกกักขังก็ยิ่งขยับถอยหลังแนบชิดกำแพงมากขึ้น

“Don’ t touch me!!”

วีราตะโกนดังลั่น แต่กลับหยุดมือหยาบไว้ไม่ได้ มันยังพยายามลูบไล้ตามต้นขาและสะโพก ยิ่งปัดป่ายยิ่งผลักไสเหมือนมันยิ่งทำให้คนหื่นกระหายมากขึ้น

“ปล่อย!!”

ข้อมือทั้งสองถูกจับตรึงไว้กับกำแพงจนเริ่มรู้สึกเจ็บร้าวไปถึงกระดูก คนตื่นตระหนกหันมองรอบตัวกลับพบเพียงความว่างเปล่า ไร้ผู้ช่วยเหลือ มีเพียงตากล้องยืนจุดบุหรี่สูบสบายใจ ใบหน้าหื่นกระหายเริ่มเข้ามาใกล้มากขึ้น ลมหายใจร้อนรดลงผิวแก้มรู้สึกน่ารังเกียจ มือเรียวที่ถูกตรึงอยู่กำหมัดแน่น ก่อนจะสอดส่องทางหนีทีไล่อีกครั้ง

วีราสะดุ้งตกใจเมื่อถูกขายาวแทรกเข้าหว่างขา นอกจากความกลัวที่ถูกลวนลาม ยังมีความกลัวอื่นเข้ามาแทรก ก้มมองต้นขาคนตัวใหญ่ กำลังแนบชิดบดเบียดบริเวณอ่อนไหว

ไม่นะ… รู้แล้วหรือเปล่า…

“อิไต!”

“เฮ้ย!!”

ก่อนหน้ายังมึนเมาจากแอลกอฮอล์ แต่ตอนนี้วีรากลับวิ่งฉิวหน้าตั้ง ไม่แม้แต่หันไปมองผลงานของตัวเอง ฟันคมกัดเข้าข้อมือหนาเต็มแรง ผลักตัวออกและเตะผ่าหมากจุดยุทธศาสตร์ความเป็นชาย ดีใจได้เพียงเสี้ยววิ กลับได้ยินเสียงฝีเท้าจากทางด้านหลังวิ่งตามกันมา จึงหันกลับไปมอง ก็พบว่ากำลังถูกวิ่งตามใกล้เข้ามาเรื่อยๆ

เพียงแค่คนเดียวก็ไม่รู้จะหนีได้ทันหรือไม่ แต่นี่กลับมีถึงสอง

“ไอ้บ้าเอ้ย!!” ขาเรียววิ่งออกจากตรอกหลังร้าน ซอกแซกซ้ายขวาเข้าตามตรอกซอย จนเข้าสู่เส้นทางคุ้นตา ทางที่จะออกไปยังถนนใหญ่

“ฟังจนเบื่อแล้ว… กูเห็นซับเวย์แล้ว ไอ้เหี้ย ในที่สุด!! มึงหมดประโยชน์แล้ว บายยย”

เสียงทุ้มของใครบางคนลอยแว่วมา ภาษาคุ้นเคยทำให้ความหวังอันริบหรี่ส่องสว่างขึ้น ดวงตาเอ่อคลอน้ำใสด้วยความดีใจ วิ่งตรงเข้าไปหาแผ่นหลังกว้างของใครบางคน มือเรียวคว้าเข้าข้อมือใหญ่เต็มแรง

“ช่วยด้วย…”

เสียงขอความช่วยเหลือแผ่วเบาปนสั่นเครือ ไม่รู้เพราะความเหนื่อยจากการวิ่ง หรือเพราะความหวาดกลัวที่พยายามกลัดกลั้นมาตลอด

ร่างสูงหันมาเลิกคิ้วมองหญิงสาวอย่างฉงน ก่อนจะหันไปมองด้านหลังเธอ พบชายสองคนอยู่ห่างไกลออกไปกำลังสอดส่องตามตรอกซอกซอย เหมือนจะตามหาตัวใครบางคน คาดเดาสถานการณ์ได้ไม่ยาก คงไม่พ้นหาตัวหญิงสาวคนนี้

“ขอโทษนะครับ”

นัยน์ตาสีน้ำข้าวเบิกโพลงขึ้นอย่างตกใจ ร่างสูงแปลกหน้าถอดเสื้อโคตตัวยาวออกมาคลุมเส้นผมสีสะดุดตา ก่อนที่คนตัวสั่นจะถูกดึงเข้าสู่อ้อมกอด มือใหญ่กดใบหน้าหวานลงกับอกแกร่ง ปลายจมูกโด่งรั้นแตะเบาๆ จนได้กลิ่นเย็นหอมอ่อนๆ จากร่างกายแข็งแรง

หากเป็นปกติคงผละออกทันที แต่ในตอนนี้… วีรารู้สึกปลอดภัย

“ขอเสียมารยาทสักแป๊บนะครับ” ชายหนุ่มกระชับกอดพร้อมจัดเสื้อโคตให้ปกปิดร่างของหญิงสาวในอ้อมกอดจนมิด คงไม่ดีหากคนพวกนั้นจำเสื้อผ้าของเธอได้

“คะ ค่ะ” เสียงตะกุกตะกักตอบกลับไปอู้อี้

“หนีใครมาครับ ผู้ชายสองคนนั้นหรือเปล่า?” เสียงทุ้มเอ่ยถามแผ่วเบา

“ค่ะ”

เสียงฝีเท้าของใครบางคนดังใกล้เข้ามา นั่นทำให้คนในอ้อมกอดขยับเข้าแนบชิดร่างสูงมากขึ้น เข้าหาที่หลบภัยจากอันตราย ดวงตาสีเข้มก้มมองคนในอ้อมกอดสลับกับชายหนุ่มสองคน กำลังมองมาทางนี้เช่นเดียวกัน ดูท่าจะสงสัย นั่นจึงทำให้ร่างสูงตัดสินใจทำบางอย่าง

“ขอโทษอีกครั้งนะครับ”

ริมฝีปากกระจับถูกช่วงชิงไปอย่างรวดเร็วโดยคนแปลกหน้า ดวงตาสีอ่อนเบิกโพลงกว่าเมื่อครู่ ร่างทั้งร่างชะงักนิ่งไป

ดวงตาคมเหลือบมองชายสองคน ดูท่าจะละความสนใจไปแล้ว หันหลังเดินกลับทางเดิม จึงค่อยๆ ถอดจูบออกอย่างอ้อยอิ่ง

หวาน…

“ไปสักที ปลอดภัยแล้วครับ”

“……”

“คุณ!! ไหวไหม?”

“……”

เหมือนเรี่ยวแรงถูกสูบไปกับจูบกะทันหันเมื่อครู่ ขาเรียวทรุดลงอย่างหมดแรง นั่งยองๆ ก้มหน้าขดตัวอยู่อย่างนั้น ริมฝีปากกระจับขบเม้มเข้าหากันแน่น กลิ่นเย็นๆ ของบุหรี่เจือจางยังคงติดอยู่ นั่นทำเอาอุณหภูมิบนใบหน้าสูงขึ้นจนร้อนผ่าว

เสียไปแล้ว

จูบแรกของผม

To be continued.

สามารถติดตามอ่านเนื้อหาทั้งหมดได้ในแอป