เหตุเกิดที่ร้าน ราสคาล–คาราโอเกะ ร้านเหล้าและห้องอาหารในซอยย่านชุมชน ที่ขึ้นชื่อด้วยความสุขราคาย่อมเยา เหมาะแก่ผู้ต้องการความหรรษาเคล้านารีหลังเลิกงาน
แต่ดูเหมือนความบันเทิงในค่ำคืนนี้ จะมาเร็วกว่าปกติ…
“เฮ่ย…”
“!? ”
เสียงของลูกค้าขากร่างทำเอาเด็กเสิร์ฟถึงกับสะดุ้ง ลำพังแค่เห็นกลุ่มชายฉกรรจ์นั่งกันเต็มโต๊ะราวกับซุ้มโจรแบบนี้ หนุ่มพนักงานก็หวั่นใจว่าถ้าพูดผิดตับขึ้นมา ชะตากรรมตนคงไม่พ้นถูกจับโบกปูนถ่วงน้ำ เขาผู้ซึ่งมาทำงานวันแรกไม่อยากมีปัญหากับแขก แต่การเงียบแทนการตอบรับกลับยิ่งเหมือนกวนประสาทคนถาม
“เรียกทำไมไม่ขานวะ ไม่เห็นเหรอว่ากับแกล้มมันหมด ไปเอาแบบนี้มาอีกสองจาน”
ประธานหัวโต๊ะร่างใหญ่ตบโต๊ะเสียงดัง เรียกให้หนุ่มพนักงานมารับออร์เดอร์ แต่ที่เห็นอยู่ตรงนั้นมันก็จานเปล่าแล้ว คนมาใหม่อย่างเขาจะไปรู้กับพี่ไหมล่ะ?
“…”
เจ้าเด็กเสิร์ฟทำหน้าเจื่อนมองจานโล่ง ๆ บนโต๊ะที่ทิ้งเพียงคราบเครื่องปรุงไว้เป็นเบาะแส จะหันหาความช่วยเหลือรอบตัว ก็พบแต่แววตากดดันของเหล่าลูกน้องหน้าโหดที่นั่งรอการบริการอยู่
“เออ…เมื่อกี้ พวกพี่สั่งอะไรกันนะครับ–”
“เฮ่ย!!”
ยังไม่ทันจะเอ่ยถามได้จบคำ การขู่ขวัญจากโต๊ะเจ้าปัญหาก็มาอีกแล้ว คราวนี้เป็นเหล่าลูกสมุนที่ขึ้นเสียงใส่เจ้าหนุ่มด้วยความไม่พอใจ
เอาละเว้ยไอ้จอม…ทนไว้ ลูกค้าคือพระเจ้า
“พ่งพี่อะไร นี่เสี่ยย้ง…หุ้นส่วนร้านนะเว่ย เรียกให้ถูก เดี๋ยวก็ตกงานไม่รู้ตัวหรอก”
หน้าอย่างงี้เหรอเสี่ย? บอกว่ามาเฟียยังเชื่อกว่า
“แล้วไม่ทราบว่าอาหารสองจานที่สั่ง เสี่ยจะรับเป็นอะไรดีครับ? ”
ไอ้จอมยิ้มมารยาทขั้นสุด ถึงอย่างนั้นคนอย่างเขาไม่ถนัดในการเอาใจ หรืออวยยศใครเท่าไหร่นัก รอยยิ้มที่ออกมาจึงฝืนให้ยกได้แค่มุมปาก แต่สายตายังจ้องมองแข็งไม่สะทกสะท้าน
ก็แค่ตาแก่หัวงูทำตัวกร่าง สร้อยพระเส้นหนาสีทองอร่ามไม่ได้ทำให้อีกฝ่ายดูน่าเกรงขามขึ้น เมื่อเจ้าตัวยังกอดก่ายนารีไว้เต็มสองแขน แถมยังใส่เสื้อเชิ้ตรัดแน่นเปรี๊ยะแหวกมาแค่อก คงหมายจะโชว์พระสมเด็จองค์แพง ๆ ที่ห้อยคออยู่
ไอ้จอมได้แต่คิดว่า สิ่งที่ซวยยิ่งกว่าเขาในสถานการณ์นี้…คือกระดุมเสื้อเสี่ย
และเหมือนอีกฝ่ายก็มองออกว่าเขากำลังปั้นหน้า เสี่ยย้งจึงแสดงอาการเขม่นอย่างเห็นได้ชัด
“เด็กใหม่เหรอ? ดูไม่รู้งานอะไรเลย” สายตาขาใหญ่กวาดมองชายหนุ่มหัวจรดเท้า สแกนร่างสูงในชุดบ๋อยด้วยสีหน้าไม่ชอบใจ ยิ่งพอเห็นว่าหน้าตาดีแถมยังทำผมกัดสีสว่างกระชากใจสาว ทำเอาเด็กดริ้งค์ที่ตนควงอยู่ซ้ายขวามองตาเป็นมัน ทั้งหมดรวมกันก็ทำให้เสี่ยย้งเหม็นขี้หน้าไอ้หนุ่มมากขึ้นไปอีก
“ใช้ไม่ได้…เมื่อกี้ก็เป็นคนยกมาเองแท้ ๆ จำไม่ได้รึไง? ”
อะไรของเขาวะ…หนุ่มพนักงานเริ่มจะเหลืออด หัวคิ้วไอ้จอมผูกกันตั้งแต่การประเมินด้วยสายตาเมื่อครู่แล้ว ปากเลยลั่นออกไปเอง
“ผมวิ่งดูหลายโต๊ะนะครับ ไม่ได้รับแค่โต๊ะเสี่ยโต๊ะเดียวซะหน่อย”
“เอ๊า ไอ้นี่”
เด็กเสิร์ฟหน้าใหม่ทำกลอกตาทีเดียวเท่านั้น เล่นเอาทั้งโต๊ะลุกขึ้นพรึ่บพับ ราวกับจะหยามเสี่ยย้ง ต้องข้ามศพพวกมันไปก่อน งานนี้ไอ้จอมเจอสถานการณ์ลำบากเข้าให้แล้ว
กระทั่ง…
“พี่จอม…”
เดชะบุญที่เสียงของตัวช่วยดังมาเหมือนฟ้าโปรด เจ้าเด่นพนักงานเก่าแก่ประจำร้านเดินเข้ามาเก็บจานแทนเขา เด็กคล่องงานหันไปยิ้มหวานให้ชายดุดันที่โต๊ะอย่างเป็นมิตร
“ของโปรดเสี่ยย้ง หมูทอดแดดเดียวสองจาน เดี๋ยวเด่นเอามาให้นะครับ”
“เออ ต้องอย่างงี้ถึงจะรู้งานหน่อย”
ฝ่ายลูกค้ามีสีหน้าพอใจขึ้นมาก แถมยังให้ค่าขนมหนุ่มน้อยด้วยแบงก์แดงติดไปกับจานเปล่า ทำเอาจอมเล็งเห็นถึงความสองมาตรฐานอย่างชัดเจน
“หัดเรียนรู้จากรุ่นพี่ซะบ้าง งานบริการก็ให้มันนอบน้อม ไม่ใช่มายืนมือไพล่หลังค้ำหัวแขกอย่างนี้ คนมาเที่ยวโว่ยไม่ใช่มาโดนตรวจเยี่ยวที่ด่าน นี่อั๊วอบรมพนักงานแทนพี่เจษหรอกนะ”
เสี่ยย้งหันกลับมาเอ็ดเด็กเสิร์ฟคู่กรณีที่ยังยืนอยู่ จนแม้แต่สาวเอนเตอร์เทนที่ประกบข้างกายยังเอามือลูบเสี่ยใหญ่เอาใจให้เย็นลงบ้าง
บ่นอย่างกับพ่อ จนเจ้าจอมเผลอปากลั่นเป็นครั้งที่สอง
“ขยันกินแต่หมูทอด แค่นี้ก็ความดันขึ้นจนหูดับแล้ว”
“พูดอะไรนะ? ”
อ้าว หูยังไม่ดับนี่หว่า… “เปล่าครับ” จอมรีบแก้ลำ
“ถ้าไม่มีอะไรแล้ว ผมขอตัวนะครับ”
พนักงานใหม่เตรียมจะชิ่งออกจากโต๊ะลูกค้าเรื่องมากอยู่แล้ว แต่เหมือนมือของเสี่ยจะเงื้อมากระตุกชายเสื้อเขาไว้
“เฮ่ย เดี๋ยวก่อน…” ลูกค้าเสียงดุเชิดหน้าขึ้นเป็นเชิงถาม
“วันนี้น้องจอยเข้าร้านรึเปล่า ไปตามมาให้หน่อย”
หึ...ทำเอาจอมเค้นหัวเราะ ที่กอดอยู่หนุบหนับนั่นก็สองคนแล้วยังจะเรียกเพิ่มอีกนะ
“ผมเพิ่งมาใหม่ น้องจอยคนไหนผมไม่รู้หรอกครับ เสี่ยไปตามเองแล้วกัน”
“ไอ้เวรนี่หลายทีแล้วนะ!”
ลูกน้องเสี่ยย้งก็ลุกขึ้นมาประจันหน้าเจ้าหนุ่มปากดี เมื่อเจ้านายถูกกวนประสาทครั้งแล้วครั้งเล่า ทำเอาจอมอดคิดไม่ได้ว่าเสี่ยแกเลี้ยงสมุนด้วยอะไรวะ ดุยิ่งกว่าบางแก้วแถวบ้านอีก
“ช่างเหอะ เห็นแก่พี่เจษ ปล่อย ๆ มันไปก่อน”
นายใหญ่ทำโบกปัดมือไม่ยี่หระ ก่อนจะผุดลุกจากเบาะนั่งเหมือนจะไปห้องน้ำ แต่ทางออกประตูถูกเจ้าหนุ่มพนักงานขวางอยู่พอดี ร่างใหญ่จึงโน้มมาใกล้หูไอ้จอมเพื่อบอกให้หลีกทาง
“อย่าวอนให้มันมากนัก เดี๋ยวจะหาว่าอั๊วรังแกเด็ก”
ไม่พูดเปล่า เสี่ยย้งยังบีบลงที่ไหล่เด็กใหม่อย่างไม่ออมแรงนัก ทำเอาเสียวสันหลังวาบจนต้องยอมหลบทางให้หนุ่มใหญ่เดินออกไปแต่โดยดี ไอ้จอมยืนนิ่งอึ้งกับไหล่ที่ปวดแปลบอยู่พักหนึ่งก็รีบชิ่งออกจากวงนักเลง พร้อมกับบันทึกใส่สมองว่าตนเองคงต้องจับตาดูลูกค้ากลุ่มนี้เป็นพิเศษ
เสี่ยย้ง โต๊ะ A7…เข้าข่ายเป็นบุคคลน่าสงสัย
……………………………………..
……………………….
…….
“พี่เจษ…”
เสียงซุบซิบเกิดขึ้นที่เคาน์เตอร์ เป็นเพราะงานนี้หาใช่ว่าเจ้าจอมคนเดียวที่ระแวงสงสัย ตัวเสี่ยย้งเองก็ออกอาการเหม็นขี้หน้ามันจนถึงขั้นเดินมาถามนายจ้าง
“ไอ้เด็กหัวทองเนี่ย…เอามาทำไมวะเฮีย? พูดออกมาแต่ละทีไม่เข้าหูเลยสักคำ”
บ่นขึ้นมาแล้วร่างใหญ่ก็พ่นลมฉุนเฉียว จนเจ้าของร้านอย่างรุ่นพี่เจษฎาต้องช่วยปลอบให้ใจเย็น
“เอาน่า เด็กต่างจังหวัดก็พูดจาห้วน ๆ อย่างนี้แหละ
อั๊วเห็นมันมาที่ร้าน บอกว่าตกรถไม่มีเงินติดตัว มาของานทำก็เลยรับไว้ เห็นอย่างนี้มันก็สู้งานดี ติดที่พูดจาขวานผ่าซากไปหน่อยเท่านั้นล่ะ”
ฟังประวัติคู่อริจากนายจ้างแล้วย้งก็หรี่ตา “ตกรถแน่เหรอวะนั่น? ”
ยิ่งพอเห็นอีกฝ่ายถือถาดผ่านหน้าไป เสี่ยใหญ่จึงชี้ชวนให้เจ้าของร้านได้ดู
“เฮียดูรูปร่างผิวพรรณมันสิ ขาวใสอย่างกับหลุดมาจากซีรี่ส์เกาหลี มองยังไงก็ไม่เหมือนคนใช้แรงงานเลยนะ”
เสี่ยย้งเอนหน้าเข้าไปในระยะที่พี่เจษโอบไหล่เขาได้พอดี รู้ตัวอีกทีก็โดนรุ่นพี่เจ้าของร้านกอดคอไว้
“คิดมากน่า…งานบริการมันก็ต้องดูดีเป็นธรรมดา จะให้เข้างานมาแบบโทรม ๆ ก็ใช่ที่”
ประเด็นของพี่เจษก็น่าคิด แต่ตอนนี้ย้งเริ่มระแวงมือไม้อีกฝ่ายที่ไล่บีบไหล่เขาลามมาถึงแผ่นอกแล้ว
“ดูอย่างตัวเองสิย้งยี้ มากินเลี้ยงก็ยังต้องดูดีไม่ใช่เหรอ ว่าแต่ช่วงนี้หุ่นฟิตเฟิร์มดีนะ ยังขยันเข้าฟิตเนสอยู่เหมือนเดิมไหม หืม? ”
ทำเอาเสี่ยย้งหัวเราะเจื่อนแทนคำตอบ พยายามยกมือลูบแขนตนป้อย ๆ ทางหนึ่งก็ไล่มือพี่เจษไม่ให้รุ่มร่ามกับเนื้อตัวมากไปกว่านี้
เล่นเอาเสียวหลังแปลก ๆ
“อั๊วพูดจริงนะเฮีย เห็นท่าทางมันอย่างนี้แล้วน่ากลัวจะเป็นหมาต๋า (ตำรวจ) ปล่อยมันมายุ่มย่ามในร้านเดี๋ยวจะเดือดร้อนเอาทีหลังนา”
ความเห็นของรุ่นน้องทำให้พี่เจษหัวเราะ
“กลัวอะไรเล่า ทำอย่างกับร้านอั๊วมีอะไรให้จับ ลื้อไม่ต้องสนใจไอ้เด็กใหม่นี่นักหรอกน่า”
เจ้าของร้านตบบ่าสำทับลูกค้าวีไอพี “ถ้ามันทำอะไรขัดใจอีกก็บอกอั๊ว เดี๋ยวอั๊วจัดการให้เอง…นะ”
เมื่อเจ้าของกิจการออกหน้ารับอย่างเต็มปากเต็มคำ หุ้นส่วนอย่างย้งจะไปมีปากเสียงอะไร ได้แต่หวังว่าที่เขาระวังสงสัยมันจะผิด
ทางฝั่งไอ้จอม
วิ่งรับออร์เดอร์จนเหนื่อย มันก็แอบมานั่งพักปาดเหงื่ออยู่ที่ม้านั่ง เป็นจังหวะเดียวกับหญิงสาวหน้าตาสะสวยพริ้มเพราเดินเข้ามาพอดี และเมื่อสายตาคนสวยสบเข้ากับหนุ่มหล่อในระยะสองเมตรกว่า เรด้าจับของหวานก็เริ่มทำงาน
“ขอโทษนะคะ…” เธอเอ่ยเรียกเสียงเบาพร้อมกับรวบผมทัดหู เพียงแค่นี้ก็ทำให้คนที่นั่งอยู่สะดุ้ง
“อุ้ย! โทษ’ทีครับ– ไม่ทราบว่าคุณผู้หญิงจองโต๊ะไว้กี่ท่านครับ? ”
ไอ้จอมให้สภาพเหงื่อซกรีบผงกศีรษะต้อนรับแขก แต่อีกฝ่ายกลับส่งยิ้มหวานเดินเข้ามาหา
“ไม่ใช่ลูกค้าค่ะ นี่จอยเอง ทำงานที่นี่ วันนี้พอดีออกสายหน่อยเลยมาช้า”
หญิงสาวแย้มสรวลไปพลางถอดเสื้อคลุมเรียบหรูออก เผยให้เห็นเสื้อสายเดี่ยวรัดติ้วและกระโปรงสั้นปิดโคนขาไม่มิด ความสว่างวาบเล่นเอาหนุ่มพนักงานผงะไปชั่วครู่ รู้สึกตัวอีกทีสาวเจ้าก็ล้วงเอาผ้าเช็ดหน้าจากไหนไม่รู้มาบรรจงซับเหงื่อให้
“เหนื่อยแย่เลยน้า เพิ่งมาทำงานวันแรกใช่ไหมเนี่ย ไม่เคยเห็นหน้าเลย”
น้องจอยโน้มมาซับเหงื่อไคลอย่างใกล้ชิดชนิดเต็มสองเต้า ถึงกับทำให้เจ้าจอมตอบรับสีหน้าเหยเก
ก็นี่มันเด็กเสี่ยย้งนี่หว่า...ขืนมาเห็นเข้าชะตาคงขาด
“ม ไม่เป็นไรครับ แค่วันแรกเลยยังเรียนรู้งานอยู่ พอดีไปเจอแขกรับมือยากเข้าเลยขอนั่งทำใจแป๊บนึง”
“เอ๋? ” น้องจอยทำตาใส “แขกคนไหนรับมือยากเหรอ? เดี๋ยวจอยช่วยพูดให้ไหม? ”
จะเป็นใครไปได้ ไอ้จอมยิ้มแห้งชี้ไปทางโต๊ะ A7 เจ้าปัญหา ยังดีที่ขากร่างโต๊ะนั้นยังไม่รู้ตัวมองมาทางพวกเขา
“โถ นึกว่าใคร…เสี่ยย้งเองหรอกเหรอ” สาวน้อยยิ้มหัวเราะก่อนจะวางคางเกยไหล่เจ้าหนุ่มอย่างสนิทสนม “นายไม่ต้องกลัวนะ คนนี้แขกขาประจำเราเอง เดี๋ยวเราเคลียร์ให้ ♥”
ก็เพราะรู้นี่แหละครับ…ทุกการขยับในตอนนี้ไอ้จอมถึงได้ระวังตัวแจ แถมทั้งสองยังนั่งทำความรู้จักกันที่เก้าอี้ใกล้ประตู ถือเป็นจุดรวมสายตาล่อตะเข้ตะโขงอย่างมาก
มีหรือจะรอดไปได้นาน…
“เสี่ยอย่าหันไปตรงนั้นครับ!”
เจ้าลูกสมุนของโต๊ะ A7 มันเห็นก่อนใครเพื่อน ถึงกับรีบหันคางเจ้านายเบี่ยงไปอีกฝั่งเกรงว่าจะเห็นภาพทำลายบรรยากาศ แต่จะเลี่ยงยังไงเมื่อเสียงหัวร่อต่อกระซิกมันดังมาถึงที่นั่งตรงนี้
บาดใจจี๊ดดด…
เสี่ยย้งกัดฟันบีบแก้วเบียร์ในมือสั่นระริก ก่อนจะกระดกดื่มให้หายหูดับ ทำไมไอ้เด็กใหม่หัวทองนี่มันขวางหูขวางตานักหนาวะ
“เสี่ย…เล่นมันเลยไหมครับ? ” พรายกระซิบข้างหูทำเอาหนุ่มใหญ่เริ่มจะคล้อยตาม
“เบาะ ๆ ก็พอ อั๊วชักจะเหม็นหน้ามันเต็มกลืนแล้ว”
ว่าแล้ว…แผนชั่วก็ได้เริ่มขึ้น
น้องจอยละจากของหวานเมนูใหม่กลับไปหาแหล่งทำเงินของเธอ เข้าไปไหว้ย่อแนบตักเสี่ยย้งอย่างพินอบพิเทา ตัวเสี่ยใหญ่ก็เนียนตามน้ำไป ก่อนจะสั่งเบียร์เย็น ๆ สักเหยือกสำหรับต้อนรับสาวน้อยคนโปรด
นี่คือจุดเริ่มต้นของแผนหักหน้าไอ้หน้าหล่อ
“เด่น ช่วยไปเสิร์ฟโต๊ะนั้นแทนพี่ไม่ได้เหรอ? ”
ไอ้จอมที่ลำพังในมือก็ถือเหยือกเบียร์เย็น ๆ รอบริการอีกโต๊ะอยู่แล้ว กลับพบว่าโต๊ะคู่อริก็สั่งเหมือนกัน หางตามันกระตุกเหมือนจะถูกจ้องเล่นงาน ติดก็แต่เจ้าเด่นเองยังถือหัวปลาหม้อใหญ่อยู่เต็มมือ มองกลับมายังผู้ต้องการความช่วยเหลืออย่างจนใจ
“สู้เขานะพี่จอม คนเราต้องเอาชนะความกลัวถึงจะเป็นยอดคน”
กำลังใจที่เด่นส่งมาผ่านสายตาทำให้บริกรหน้าใหม่ไม่มีทางเลือก จอมพ่นลมหนัก ๆ เร่งความฮึกเหิม ก็แค่เสิร์ฟเบียร์มันจะแค่ไหนกันเชียววะ!
พุ่มผมสีเหลืองทองของหนุ่มพนักงานโผล่พ้นขอบประตูมา ทำให้พวกที่นั่งด้านหน้าสะกิดกันให้เตรียมพร้อมเริ่มแผน เสี่ยย้งนายใหญ่ลอยตัวอยู่เหนือปัญหา มีน้องจอยคอยคลอเคลียเอาอกเอาใจ ปล่อยให้ลูกน้องจัดการงานสกปรกให้
งานนี้…รับรองว่าเปียกตั้งแต่หัวยันตีน
“โต๊ะ A7 เบียร์สดหนึ่งเหยือกครับ–
เหวอ!!? ”
เดิมทีจอมก็รู้อยู่แล้วว่าภายในห้องวีไอพีมีเหล่าลูกสมุนเสี่ยย้งนั่งกันจนเต็มพื้นที่ เพียงแต่ไม่นึกว่าการมาเยือนครั้งนี้ตนจะต้องเบียดเข้าห้องตั้งแต่หน้าประตู รู้ตัวอีกทีก็ถูกสกัดขา เสียการทรงตัวจนของที่ประคองมาเซรวนไปหมด
ก็กะให้สะดุดล้มหน้าหงายเท่านั้นแหละ
แต่สิ่งที่พวกลูกน้องเสี่ยไม่รู้เลย คือในมือไอ้จอม…ถือเหยือกเบียร์มาถึงสองใบด้วยกัน
หนุ่มพนักงานหน้าเหยเก แต่พยายามรักษาบาลานซ์ไปตามการก้าวเท้าสลับไปมา เหยือกเบียร์ในมือทั้งซ้ายขวาขยับขึ้นลงหวิดจะเทใส่หัวผู้โชคดีสักรายรอบโต๊ะ
“เชี่ยแล้ว อย่าลงทางนี้!”
“เหวอ! อย่าลงตู ไปข้างหน้า”
แต่ละคนที่จอมเซผ่านหน้าต่างสามัคคีกันร้องลั่น ดันไล่หลังเหยือกพิฆาตให้ผ่านตนไป พนักงานหนุ่มก็พยายามเต็มความสามารถ การก้าวเดินแต่ละทียิ่งโคลงเคลงจนเลี้ยงสมมาตรแทบไม่ไหว ได้แต่ลุ้นให้ปลายขาพาร่างไปข้างหน้าเรื่อย ๆ
ตรงไปหาคนที่อยู่ลึกสุด…ที่เบาะหัวโต๊ะ
อิ๊บหายแล้ว!!
น้องจอยโดดโหยงออกจากรัศมีความเสียหายตั้งแต่เห็นเจ้าจอมเซมาได้ครึ่งทาง คงมีเพียงเสี่ยย้งที่ยังงุนงงอยู่ว่าทำไม่หญิงสาวถึงตีจากเขาดื้อ ๆ พวกลูกน้องที่เห็นหายนะอยู่รำไรต่างก็ยกมือขึ้นกัดเล็บ
“อะไรของพวกลื้อ—!? ”
เสี่ยย้งถลึงตา หันมาอีกทีก็เห็นเพียงหน้าของไอ้จอมลอยเข้าหาในระยะประชิด
“ขอ – โทษ – คร้าบ~”
โครม!
เหล่าลูกน้องผู้ภักดีทำตาหยีกันอย่างพร้อมเพรียง ไม่มีใครกล้าหันดูความเสียหายที่หัวโต๊ะ รู้แต่ว่าได้ยินการปะทะโครมเบ้อเริ่ม ตามมาด้วยเสียงไอ้จอมร้องลั่น แต่เจ้านายพวกเขากลับไม่ปริปากสิ่งใดออกมาสักคำเดียว
เสี่ยย้งจะพูดอะไรได้ ก็เบียร์ทั้งเหยือกมันครอบคว่ำอยู่บนหัว ปิดบังทัศนวิสัยไว้หมดแล้ว
แต่ในเมื่อน้องจอยกระโดดหนีไปตั้งแต่เมื่อครู่…แล้วไอ้ร่างหนัก ๆ ที่หนุนอยู่บนตักอั๊วนี่มันใครวะ?
“ด เดี๋ยวผมเช็ดให้นะครับ”
เสียงคุ้นหูดังแว่วมาจากหน้าตัก ทำให้เสี่ยย้งเลิกปากเหยือกที่บังตาอยู่ พบว่าไอ้เด็กเสิร์ฟคู่อริมันยิ้มแหย พยายามใช้ผ้าเย็นซับไปบนคราบเบียร์ที่ไหลอาบหน้าลามมาถึงอกเสื้อตน
แต่เช็ดไปแล้วสมาธิมันอยู่ตรงไหนไม่รู้ มืออีกข้างที่ยังถือเหยือกอีกใบอยู่ มันถึงได้หกรดเสื้อเขาจนเปียกโชกไปกว่าเดิม
“อุ่ย…”
ฝ่ายไอ้จอม เมื่อเห็นสายตานิ่งสนิทของโจทก์ลอดผ่านปากเหยือกออกมา ถึงทำให้สติกลับมาอยู่กับเนื้อกับตัวได้ เพราะก่อนนี้ตอนที่เสื้อแน่นเปรี๊ยะของเสี่ยย้งถูกน้ำเบียร์หกราด มันก็พาให้เนื้อผ้าเปียกชุ่มจนแนบเนื้อ เผยกล้ามอกเด้งเป็นลูกชัดขึ้นไปอีก เผลอไปหน่อยเดียว มือไอ้จอมก็พุ่งไปซับคราบน้ำที่ตรงนั้นแล้ว ส่งผลให้ภาพที่เสี่ยเห็นหลังเบิกเนตรออกมาจากที่มืด คือเจ้าหนุ่มบริกรที่กำลังคว้าหมับจับกล้ามอกเขาอย่างนิ่มมือ
เพลินเลยนะเอ็ง…เช็ดก็เช็ดไปสิวะ ทำไมต้องบีบ?
“ก กลัวไม่แห้งครับเสี่ย ขอโทษด้วยจริง ๆ ”
บริกรหนุ่มเลิ่กลั่ก รีบดีดตัวออกจากตักแขก ถึงก่อนนี้จะกินแหนงกันอย่างไร แต่เหตุสุดวิสัยที่เกิดขึ้นก็ก่อความเสียหายให้กับลูกค้าอยู่ดี เสี่ยย้งยกเหยือกเบียร์ที่ครอบหัวออกให้พ้นทาง สายตาปราดมองอย่างเยียบเย็นไปที่ไอ้หนุ่มหัวทอง
“เอ็งโดนแน่…”
นั่นไม่ใช่คำพูดจากเสี่ยใหญ่ แต่เป็นพวกลูกน้องที่ปลายโต๊ะคาดเดาชะตากรรมเจ้าเด็กเสิร์ฟดวงซวยเอาไว้แล้ว มันทำให้เสี่ยย้งเหยียดยิ้มให้ไอ้จอมอยู่เหมือนกัน แต่พลันนั้นนายใหญ่ก็หันมาส่งสายตาคาดโทษถึงฝั่งลูกน้อง
พวกเอ็งก็ด้วย…
“เกิดเรื่องอะไรกันน่ะ”
พี่เจษรีบเข้ามาเมื่อได้ยินเสียงเอะอะดังมาจากโต๊ะของน้อง พอเห็นสภาพเสี่ยย้งก็ถึงกับตะลึง หันไปทำหน้าดุใส่ตัวการที่ยังเหลอหลาพยายามขอโทษลูกค้าอยู่
“จอม ฝีมือเอ็งเหรอ? ” เจ้านายกลายเป็นผู้มีอำนาจสูงสุดในการสั่งลงโทษ จอมจึงได้แต่อึกอัก
“ผมไม่ได้ตั้งใจครับ พอเข้ามาเสิร์ฟ จู่ ๆ ก็เหมือนมีอะไรสะกิดขาจนเสียการทรงตัว”
“เฮ่ย!!” พวกลูกน้องเสี่ยย้งขึ้นเสียงทันที “นี่เอ็งจะหาว่าพวกข้าแกล้งเอ็งอย่างงั้นเหรอ!? ”
“ก็พวกพี่ขัดขาผมจริง ๆ นี่หว่า!”
ไอ้จอมเองก็ของขึ้น ต้องขอคืนความเป็นธรรมให้ตัวเองบ้าง กลายเป็นโต้เถียงกันล้งเล้งดังก้องไปจนทั้งร้านหันมาดู
“ทุกคนเงียบ!”
ในที่สุดก็มีคนห้ามทัพ เป็นย้งที่เปียกโชกไปทั้งตัวทำตาขวางมองไปที่ทุกฝ่ายจนไม่มีใครกล้าส่งเสียง ก่อนจะหันไปที่นายจ้างของจอมด้วยสีหน้าเอาเรื่อง
“พี่เจษ…”
ผู้ถูกเรียกลูบหลังคออย่างจนใจ ทำให้จอมหน้าซีดเพราะเห็นแววการตกงานมาเยือนแล้ว
“จอม ตั้งแต่วันนี้ก็ไม่ต้องทำเสิร์ฟแล้วนะ”
“ด เดี๋ยวก่อนครับพี่ ผมพลาดครั้งเดียวเอง พี่อย่าไล่ผมออกเลยนะ”
จอมละล่ำละลัก รีบดึงแขนนายจ้างไว้เพราะไม่อยากถูกไล่ออกตั้งแต่วันแรก พี่เจษเองก็ลำบากใจเหมือนกันแต่ก็รับปากย้งไว้แล้วว่าจะจัดการความวุ่นวายให้
“เอาอย่างงี้ ย้ายไปสับฉี่ในห้องน้ำก่อน ไม่ต้องออกมารับแขกหน้าร้าน ตัวเอ็งก็ไม่ค่อยชอบสนทนากับลูกค้าด้วย ทำหน้าที่นั้นอาจจะเหมาะกว่านะ”
“สับฉี่?? ” ทำเอาเจ้าหนุ่มถลึงตา หันกลับมาก็พบว่าพวกลูกน้องเสี่ยย้งยกมือป้องปากขำขันกับหน้าที่ใหม่ของเขา แต่หากไม่ยอมทำงานนี้คงอยู่ที่ร้านต่อไม่ได้แล้ว พนักงานหนุ่มจึงต้องจำใจรับชะตากรรมที่เกิดขึ้น
”เฮ่ย เดี๋ยว…”
ถึงแม้พวกสมุนจะชอบใจกัน แต่เสี่ยย้งกลับมีสีหน้าตึงเครียดเอ่ยรั้งเจ้าหนุ่มที่เดินคอตกเอาไว้ จอมหันมาตามแต่ก็ต้องบอกว่าเขาไม่อยู่ในอารมณ์จะฟังคำเยาะเย้ยจากใครเพิ่ม สีหน้าที่มองอีกฝ่ายจึงสะท้อนเพียงความน้อยใจที่ไม่ได้รับความยุติธรรม เป็นแบบนั้นเสี่ยย้งจะพูดก็พูดไม่ออก จึงโบกปัดมือให้อีกฝ่ายออกไปได้
บ้าเอ๊ย…เป็นเด็กสับฉี่เนี่ยนะ
ถึงจอมจะลุ้นตัวโก่งกลัวจะถูกไล่ออก แต่ก็ไม่นึกว่าตนจะต้องย้ายมาประจำอยู่ในห้องน้ำ
ทุกอย่างผิดแผนไปหมดเพราะเสี่ยย้ง โต๊ะ A7
เมื่อลับสายตาผู้คน จอมจึงรีบงัดโทรศัพท์ติดต่อไปหาใครคนหนึ่งเพื่อแจ้งเรื่องความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น
“ฮัลโหล…ผู้กอง” ชายหนุ่มยกมือป้องปาก กันไม่ให้เนื้อความที่พูดรู้ไปถึงหูคนภายนอก
“แย่แล้วครับ ผมถูกเปลี่ยนหน้าที่ให้ไปเป็นเด็กสับหลังในห้องน้ำซะแล้ว แบบนี้จะสืบหาข่าวจากภายในร้านก็ยากขึ้นไปอีก ทำยังไงดีครับผู้กอง?? ”
จอมหวังว่าจะได้รับความเห็นที่ดีจากผู้บัญชาการ แต่ก็ไม่นึกว่าสิ่งที่ออกจากปากหัวหน้าจะทำให้เขาขมวดคิ้ว
“หน้าที่อะไรทน ๆ ทำไปก่อนเถอะไอ้จอม ตอนนี้เรารู้แค่ข่าวจากสายข้างนอกโยงมาถึงร้านนี้ ที่นี่มันต้องมีธุรกิจอะไรสักอย่างที่ใช้ร้านคาราโอเกะไว้บังหน้า
แกอยู่ในนั้นด้วยฐานะคนใน หาความเชื่อมโยงแล้วคอยมารายงานฉันเรื่อย ๆ นะ”
พูดก็ง่ายสิผู้กอง ตอนนี้สายสืบอย่างจอมก็มึนตึ๊บไปหมด มองไม่ออกเลยว่าตนเองจะหาข่าวสำหรับคดีที่ทำจากในห้องน้ำได้ยังไง
เสี่ยย้งนะเสี่ยย้ง หลังเสร็จเรื่องจะตั้งข้อหาขวางปฏิบัติการของเจ้าหน้าที่ได้ไหมเนี่ย?
แต่ถึงยังไง…ไอ้ความนุ่มนิ่มของสิ่งที่ได้สัมผัสเมื่อครู่ จอมก็คิดว่ามันน่าสนใจอยู่เหมือนกัน
คงต้องจับตาดูให้มากกว่านี้แล้วล่ะ
To be continued.