Loving from Cthulhu Boy (จบ)

ตอนที่ 1

1

มนุษย์มักจะทำสิ่งสำคัญหล่นหายในทะเลเสมอ ความลึกกับแรงดันน้ำที่มากเกินไปคร่าชีวิตคนพวกนั้น ความอาลัยถูกทอดทิ้งในรูปแบบของสมบัติ ซากเรืออับปางหลับใหลเงียบเชียบ ราฟาเอลชอบเข้ามาที่นี่ เขามีแผนเล็ก ๆ น้อย ๆ เพื่อหนีขึ้นไปบนบกซึ่งนั่นจะทำให้แม่โกรธจัด แม่บอกว่า คธูลูแบบเราไม่ควรทิ้งศักดิ์ศรีหรืออำนาจขึ้นไปอยู่บนดิน และแน่นอนว่าเขาไม่ฟัง

ราฟาเอลขโมยกระสอบมาจากชาวประมง ด้านในเต็มไปด้วยสมบัติจนถุงพองอ้วนเหมือนกับปลาปักเป้า เขาไม่มีปัญหากับน้ำหนักของมัน หนวดทั้งแปดทรงพลังพอที่จะทำลายเรือทั้งลำ ซึ่งจิ๊บจ้อยมาก เขาเลือกสิ่งที่คิดว่านักสะสมจะชอบ หรือสักอย่างที่จะดึงดูดนักโบราณคดีมาหา ไม่ใช่แค่เพราะว่ามันล้ำค่าหรืองดงาม แต่เป็นอดีตซึ่งยึดโยงสมบัติไปหาเจ้าของแม้ว่าคนพวกนั้นจะสิ้นลมหายใจไปแล้วก็ตาม ราฟาเอลไม่ได้ยึดติดกับห้วงเวลาเหมือนกับมนุษย์ เขาสามารถแหวกว่ายในทะเลได้ตลอดกาล สำรวจโลกอย่างไร้ซึ่งสิ้นสุด เขาอยากลองใช้ชีวิตด้านบนดูสักหน่อย หรือถ้าติดใจก็คงปักหลักบนนั้นไปทั้งชีวิต และนี่เป็นอีกหนึ่งความฝันที่ขัดใจแม่ ซึ่งเขาจะไม่เสียช่วงชีวิตไปกับการอาศัยอยู่ใต้โอวาทของหล่อน

ตอนนี้ราฟาเอลพบกับเมืองเล็ก ๆ ห่างไกลจากทะเลแห่งนี้ เช่าที่หนึ่งช่วงตึกสำหรับร้านของตัวเอง เขายังนึกไม่ออกว่าจะใช้มันทำอะไร แต่รู้ว่าทุกอย่างกำลังจะสมบูรณ์แบบ ไม่มีอะไรจะหยุดเขาได้ ราฟาเอลคิดเช่นนั้นและหมุนตัวอย่างอารมณ์ดี หนวดหยุบหยับพันเข้าหากันเป็นเกลียว กางแขนออก ปล่อยให้ตัวเองลอยละล่องในทะเล

ทันใดนั้น ใครบางคนหล่นลงมาในน้ำ

ราฟาเอลผงะ หรี่ตามองกระทั่งเห็นร่างร่างหนึ่งคล้อยต่ำลงมา เขารู้สึกประหลาดใจที่ชายผู้นั้นไม่ตะเกียกตะกาย ไม่หวาดกลัว ราวกับว่าจิตวิญญาณในกายต้องสาป ส่งผลให้แขนขาเป็นอัมพาต ราฟาเอลว่ายเข้าไปจนถึงตัว ประคองร่างชายคนนั้นเอาไว้ในอ้อมแขน ผมสีแดงยาวสยายออกแตะบนผิวแก้มของราฟาเอล แสงวูบไหวจากผิวน้ำฉายลงบนเรือนกายของทั้งคู่ ณ เสี้ยววินาทีแห่งความเงียบงัน ใบหน้านั้นงดงามในห้วงนิทรา เขาเอื้อมมือประคองสองแก้มจดจ้องไปยังชายผมแดงอย่างทะนุถนอม อีกฝ่ายปรือตาขึ้นอย่างเลือนลอย แค่ไม่กี่วินาทีที่เราสบตากัน ราฟาเอลคิดว่าภาพที่สะท้อนในดวงตานั้นคงจะขุ่นมัวด้วยม่านน้ำ

เมื่อเห็นริมฝีปากนั่นสำลักฟองอากาศครั้งสุดท้าย ราฟาเอลตัดสินรวบตัวชายผมแดงด้วยแขนข้างหนึ่ง ผลักตัวเองด้วยแรงดีดของหนวด ว่ายพาร่างไร้สติกลับขึ้นสู่ผิวน้ำ เขาวางอีกฝ่ายลงบนผืนทรายอย่างระมัดระวังและประคองชายคนนั้นเอาไว้บนตัก ยกมือขึ้นปัดเส้นผมที่ปรกใบหน้าออกเพื่อที่จะได้มองหน้าจนเห็นวิธีที่รอยกระแต่งแต้มบนจมูก ริมฝีปากนั้นหยักเหมือนดั่งคันศร หากมีผู้ใดแผลงศรมาที่ราฟาเอล เขาคิดว่ามันได้ปักลงตรงตำแหน่งของหัวใจเข้าให้แล้ว

ราฟาเอลไม่ได้ช่วยมนุษย์บ่อยนัก ส่วนใหญ่ไม่รู้เพราะตัวเองใช้ชีวิตอยู่ก้นลึกสุดของทะเล กว่าที่จะเห็น ทุกคนก็กลายเป็นศพไปเสียแล้ว แต่ในครั้งนี้ เขารู้สึกได้ถึงบางอย่าง บางอย่างที่ดึงดูดอย่างรุนแรงและทำให้สัญชาตญาณในกายกรีดร้องเสียงแหลม เรียกให้เขาเข้าไปช่วย

…ตายหรือยังนะ?

ราฟาเอลเอาหูแนบกับอก รู้สึกถึงแรงกระเพื่อมยามที่อีกฝ่ายกลับมาหายใจอีกครั้ง ชายผมแดงปรือตาขึ้นอย่างยากลำบาก นั่นเป็นตอนที่เขาเงยหน้าขึ้นจ้องมองไปที่ดวงตาคู่นั้นอย่างตั้งใจเพื่อดูว่ามันเป็นสีอะไร ช่าง…งดงามเกินกว่าคำบรรยายใดบนโลกนี้ เขาลูบดวงหน้านั้นและตกอยู่ห้วงภวังค์ ไม่เคยเห็นมนุษย์คนไหนสมบูรณ์แบบถึงเพียงนี้ และในวินาทีนั้น ความคิดเก่าก่อนย้ำเตือนถึงอำนาจที่จะครอบครองเรือนร่างนี้ ให้เขาเป็นเจ้าของแต่เพียงผู้เดียว การกักขังมนุษย์หนึ่งคนนั้นง่ายมากสำหรับราฟาเอล อีกฝ่ายจะไม่มีทางหนีกลับขึ้นมาได้อีก หรือถ้าพยายามทำแบบนั้นก็คงจะจมน้ำตายก่อนถึงฝั่ง ใต้ทะเลลึกจะไม่มีใครตามหาชายคนนี้เจอ เขาจะครองคู่เคียงกันตลอดกาลและตลอดไป แค่สมบัติอีกชิ้นที่หล่นลงมาในทะเล

…ไม่ล่ะ

นั่นไม่ใช้วิธีของราฟาเอล

เขาไม่เหมือนกับแม่ ถึงจะมีนิสัยหัวรั้นเอาแต่ใจฝังลึกในเส้นเลือด แต่การใช้อำนาจเพื่อประโยชน์ส่วนตัวเป็นเรื่องที่ยอมรับไม่ได้ เชื่อเถอะว่า คุณไม่อยากจะเติบโตมาเป็นคนที่คุณเกลียดหรอก

“อืม…”

ราฟาเอลผงกหัวขึ้น หัวใจของเขาเต้นระรัวเมื่อเห็นศีรษะขยับ ไม่ทันที่เราจะได้สานสัมพันธ์กัน สัญชาตญาณก็สะดุ้งสุดตัวด้วยเสียงตะโกนจากชาวประมงเขารีบกระโดดกลับลงไปในน้ำก่อนที่พวกนั้นจะมาถึงตัว ใช้หนวดเส้นหนึ่งดึงกระสอบสมบัติลงมาด้วย ไม่มีเหตุผลอะไรที่จะแบ่งความร่ำรวยให้ผู้อื่น

ราฟาเอลยังคงแอบมองอยู่ด้านหลังเชิงหินตอนที่คนสองสามคนเดินเข้ามาพยุงชายผมแดงเอาไว้ อีกฝ่ายดูสับสนในงง คงจะกลืนน้ำทะเลไปหลายอึกกระมัง ทั้งหมดพากันกลับไปยังฟากฝั่งโดยไม่รู้เลยว่ากำลังถูกผู้ใดจ้องมองอยู่

เอลเลียต! โอ้ ขอบคุณพระเจ้า! นายเกือบจะทำให้คนแก่หัวใจวายตายล่ะ!”

เอลเลียต เหลียวหลังกลับมามองหาราฟาเอล เขาไม่ยอมออกไป การเปิดเผยตัวจะทำให้เรื่องยุ่งยากวุ่นวายจะตามมาในตอนหลัง ซึ่งเขาไม่ต้องการให้เป็นแบบนั้น พวกมนุษย์นั้นตื่นตูมง่าย สามารถเสียสติหากสบตากับเรา ราฟาเอลมองกระทั่งมนุษย์บอกลาชายหาด และรู้สึกเศร้าขึ้นมาเพราะรู้ว่าเราอาจไม่ได้พบกันอีก

เป็นเวลาหลายเดือนกว่าที่ราฟาเอลจะจัดการทุกอย่างให้เข้าที่เข้าทาง เขาเอาสมบัติบางส่วนขายให้พิพิธภัณฑ์เพื่อหาเงินเข้ากระเป๋า แล้วเอาอีกส่วนมาตกแต่ง แต่ยังนึกไม่ออกว่าควรจะทำเปิดร้านอะไร ก็เลยทำให้ที่นี่เป็นงานจัดแสดงเล็ก ๆ เพื่อล่อให้นักโบราณคดีที่บังเอิญผ่านไปผ่านมา ระหว่างนั้น ราฟาเอลนั่งนึกว่าตัวเองอาจจะเปิดร้านดอกไม้

ต้องยอมรับตามตรง ราฟาเอลเริ่มจะเบื่อนิดหน่อย โจรถือเป็นเรื่องน่าตื่นเต้นหากพวกมันบุกเข้ามาจะปล้น หลังจากจัดการรายที่สามไป โดยรายหนึ่งโดนหักขา พวกนั้นไม่โผล่มาอีก ที่นี่สงบสุขจนเงียบเหงา ผู้คนมักจะหยุดดูอยู่หน้า มองเข้ามาข้างใน แต่ไม่เคยก้าวพ้นธรณีประตู ลูกค้าส่วนที่ใจกล้าหน่อยมักจะสงสัยเสมอว่า คุณไปเจอของพวกนี้ได้ยังไงคะราฟาเอลยักไหล่แล้วบอกว่า ผมว่ายน้ำแล้วบังเอิญเจอ เลยเอามาขายดู เขารู้ว่าคนส่วนใหญ่ไม่เชื่อ แต่ไม่ถามอะไรต่อ ถ้าคุณอยากได้ของชิ้นนี้ไปจัดแสดงก็คงต้องรีบหน่อย ไม่งั้นพวกตาดีจากที่ไหนสักแห่งจะกว้านซื้อทั้งหมดไปเป็นของตัวเอง และมีอีกหลายอย่างที่ราฟาเอลจะต้องเรียนรู้นอกจากการทำมาค้าขาย

เช่น ไอ้หินสี่เหลี่ยมนี่

เห็นมนุษย์ยกหินนี่แนบหูแล้วใช้เวลาเกือบทั้งวันจดจ้องที่มัน หินนี่ถูกครอบครองด้วยเวทมนต์ที่เสื่อมถอยที่สุดเท่าที่เขาเคยเจอ มันคงทนอยู่ได้ครึ่งวันจากนั้นส่วนที่เรืองแสงออกมาก็ดับ ราฟาเอลแก้ปัญหาด้วยการทุบมันกับเคาน์เตอร์ ด้วยแรงแบบเดียวกับที่ชาวประมงฟาดหมึกกับเรือเพื่อให้เนื้อของพวกมันหายเหนียว หวังว่าจะฟื้นคืนชีพให้อีกครั้ง เขาหยุดตอนที่เศษกระจกบาดลงบนนิ้วโป้ง และเมื่อเอามันกลับไปให้ร้านค้าซ่อม ราฟาเอลจะโดนมองกลับมาด้วยความสงสัย

“นี่คุณไปทำอะไรมา?” ช่างซ่อมมือถือถาม

“ผมทุบ”

“แล้วคุณจะทุบทำไมอะ!”

“มันจะได้กลับมาใช้ได้ไง”

“…”

“ไม่ได้เหรอ?”

“ซื้อเครื่องใหม่ไหมครับ เราโปรโมชั่นให้”

อ่า วุ่นวายสิ้นดี สุดท้ายราฟาเอลก็ให้หมอนั่นสอน จะได้แน่ใจว่าตัวเองไม่ทำ… ไอ้สิ่งที่เรียกว่ามือถือพังอีก เรากลับไปเขียนจดหมายกันแบบเดิมไม่ได้หรือยังไง?

ทุกสิ่งทุกอย่างเป็นเรื่องใหม่สำหรับเขาเมื่อมาอยู่ข้างบน ตอนที่คิดน่ะเรื่องหนึ่ง แต่ใช้ชีวิตจริง ๆ มันอีกเรื่อง วันนี้ราฟาเอลอยากจะลองสิ่งที่เรียกว่ากาแฟต้องยอมรับว่ากลิ่นของมันนั้นหอมกรุ่นแม้สีจะเหมือนกับโคลน ก่อนที่เขาจะลองดื่มมัน เสียงกระดิ่งจากประตูก็ดังขึ้นและเรียกให้เขาเงยหน้า

ราฟาเอลสูดหายใจเฮือกด้วยความตะลึงงัน

นั่น…

นั่น เขา

ราฟาเอลแน่ใจทันทีว่าเป็น… เอลเลียต ใช่ชื่อนี้หรือเปล่านะ? เอลเลียตดูแทบจะไม่เปลี่ยนไปเลย ผมมัดรวบเรียบร้อยด้านหลัง ผอมลงนิดหน่อย แต่สัญชาตญาณบอกเขาว่านี่คือคนคนนั้น คนที่เขาช่วยชีวิตเอาไว้ที่ทะเล คนที่เป็นรักแรกพบ

ราฟาเอลเกือบจะทำแก้วกาแฟหล่นจากมือเมื่ออีกฝ่ายเดินเข้ามาด้านในตรงมาหา เขาต้องรวบรวมสติ ยิ่งเห็นเอลเลียตใกล้ ๆ เขายิ่งทำตัวไม่ถูก ในสมองเอาแต่หวีดร้องว่า น่ารักน่ารักน่ารัก น่ารักจัง น่ารักโคตรๆ เลย น่ารักสุด  ไปเลย

เอลเลียตเอียงคอมองมาที่ราฟาเอล ปอยผมเส้นหนึ่งปรกลงบนโหนกแก้ม

“สวัสดีครับ”

“สวัสดี”

ราฟาเอลแสดงอารมณ์ทางสีหน้าไม่เก่ง ถึงภายในเขาจะตื่นตระหนกสุดขีดแต่เขายังคุมน้ำเสียงตัวเองให้เรียบนิ่งได้ จากนั้นก็ทำท่าจิบกาแฟแต่ไม่ได้ดื่มมันเข้าไปจริง ๆ

“ผมเห็นว่าร้านสวยดีก็เลยเข้ามาดู คงไม่รบกวนใช่ไหมครับ”

“ไม่เลย เชิญตามสบายนะ”

“คุณขายอะไรเหรอ”

“ยังไม่ได้คิด”

“หืม?”

เอลเลียตเท้าข้อศอกบนเคาน์เตอร์ ชะโงกหน้าเข้ามาหาราฟาเอลและยิ้มกว้างอย่างเป็นมิตร รอยยิ้มที่ทำให้สมองเขาระเบิด

“คุณพึ่งย้ายเข้ามาเหรอ ก่อนออกจากเมืองผมเห็นที่นี่ก่อสร้างอยู่ พึ่งกลับเข้ามาไม่กี่สัปดาห์ก่อน ไม่คิดว่าร้านนี้จะสวยขนาดนี้”

“ขอบคุณ” 

แล้วรู้ไหมอะไรที่งดงามที่สุดในร้าน นาย ไงล่ะ

“เกือบลืมไป! ผมชื่อ เอลเลียต ยินดีที่ได้รู้จักนะครับ”

“ราฟาเอล ยินดีที่ได้พบกัน” อีกครั้ง

ราฟาเอลยื่นมือไปจับมือเอลเลียตแล้วเขย่าเบา ๆ ผิวบนฝ่ามือเอลเลียตค่อนข้างแห้งและบาง นิ้วมือผอม นายได้กินอะไรบ้างไหมนะ บางทีเขาอาจจะเรียนทำอาหารดูเผื่อว่าจะช่วยขุนให้น้ำหนักเอลเลียตเพิ่มมากขึ้น แต่ต้องรู้วิธีใช้เตาพวกนั้นก่อน

เอลเลียตสะดุ้งนิดหน่อยตอนที่ถูกจับมือ

“มือคุณเย็นจัง” 

แน่นอนที่สุด ราฟาเอลไม่ได้เป็นจำพวกเลือดอุ่น นั่นทำให้ประหม่านิดหน่อยหากแตะต้องใครต่อใครโดยบังเอิญ เขาเลื่อนสายตาลง สังเกตเห็นรอยสีที่ติดอยู่ในเล็บเอลเลียตและถามขึ้นมา

“นายทำงานอะไรเหรอ”

เอลเลียตดูเคอะเขินขึ้นมา อีกฝ่ายดึงมือกลับไปแล้วพลิกมองเล็บของตัวเอง “ผมเป็นนักวาดน่ะ”

“ศิลปิน?”

“ไม่ถึงขั้นนั้นหรอก!” เอลเลียตพูดด้วยเสียงเจือหัวเราะ “ผมยังเป็นแค่มือใหม่ คงต้องใช้เวลาอีกสักพักกว่าจะมีชื่อเสียง รึไม่ก็ตายก่อนงานจะดัง”

“ฉันไม่ยอมให้เป็นแบบนั้นหรอกนะ”

ราฟาเอลหลุดปาก เอลเลียตชะงักไปเมื่อได้ยินแบบนั้น อ้าว เวรล่ะ คิดอะไรสักอย่างสิไอ้งั่ง แถไปเรื่องอื่นไปก่อน

“นายมีพรสวรรค์นะ และฉันคิดว่าฉันสัมผัสได้”

“คุณเคยเห็นงานผมด้วยเหรอ?”

“คิดว่าเคยนะ”

“ดีจัง ผมยังไม่ได้เริ่มงานใหม่เลยตั้งแต่…” เอลเลียตค่อย ๆ เงียบเสียงลง “เอาเถอะ ผมดีใจมากเลยนะที่คุณชอบงานของผม มันสำคัญมากจริง ๆ”

ประกายความสุขในแววตาเอลเลียตทำให้หัวใจราฟาเอลพองโต ชายคนนี้มีชีวิตชีวา ไม่เหมือนคนที่ร่วงหล่นลงสู่ทะเลเมื่อปีก่อน เขาสงสัยว่าอะไรทำให้เอลเลียตไปที่นั่น ตกลงมาหาเขา เป็นพรหมลิขิตหรืออย่างไร? ตอนนี้ทุกอย่างชัดเจนแล้วว่าโชคชะตาระหว่างเราเชื่อมต่อกัน จวบจนกระทั่งนำพาเอลเลียตมาหาราฟาเอลอีกครั้ง ณ เมืองเล็ก ๆ แห่งนี้ เขาไม่คิดว่าทุกอย่างเป็นแค่เรื่องบังเอิญ

“คืออย่างนี้นะ”

เอลเลียตล้วงมือเข้าไปในกระเป๋าเสื้อคาดิแกน หยิบแผ่นพับจำนวนหนึ่งออกมาแล้วส่งมันให้ราฟาเอล ด้านหน้าเขียนว่า งานจัดแสดงศิลปะจากศิลปินรุ่นใหม่ไฟแรง

“ผมกับเพื่อนที่มหาวิทยาลัยร่วมกันจัดงานที่แกลลอรี่อาทิตย์นี้ คุณแวะไปดูได้นะ” จากนั้นเอลเลียตก็เริ่มเลิ่กลั่ก“แต่ถ้าไม่ว่างก็ไม่เป็นไร-”

“ฉันจะไป” ราฟาเอลจ้องตรงไปยังเอลเลียต ล็อกสายตาอีกฝ่ายเอาไว้ด้วยความมุ่งมั่นเด็ดเดี่ยว ย้ำคำสัญญาอีกครั้งด้วยเสียงที่ชัดเจน “ฉันจะไป”

เอลเลียตยิ้มกว้างจนแก้มปริ รอยบุ๋มของลักยิ้มขับให้ใบหน้าดูอ่อนเยาว์ลง “ผมจะรอนะ”

ราฟาเอลร้องทักก่อนที่เอลเลียตจะเดินออกจากร้าน เขาหยุดอีกฝ่ายเอาไว้ที่กรอบของประตู “อีกเรื่องหนึ่งนะเอลเลียต”

“ครับ?”

เขาขยับนิ้วอย่างกระวนกระวาย ลังเลอยู่ครู่หนึ่งว่าควรจะเอ่ยปากออกไปหรือไม่ แต่เขาไม่ควรมาขี้ขลาดตอนนี้ นั่นไม่ทันแล้ว

“นายแวะมาที่นี่ได้เสมอถ้าอยากจะมา”

เอลเลียตมองไปรอบร้านอย่างไม่เชื่อสายตา การได้อยู่ท่ามกลางข้าวของแปลกประหลาดมากมายคงไม่ใช่เรื่องที่เอลเลียตนึกถึง แต่ราฟาเอลหวังว่าอีกฝ่ายจะมา เขาจะไปที่ร้านเฟอนิเจอร์ หาโต๊ะเล็ก ๆ ตั้งเอาไว้ข้างหน้าร้าน เคลียร์พื้นที่นิดหน่อย เราจะได้นั่งอยู่ตรงนั้นและใช้เวลาร่วมกันให้มากกว่าเดิม

“ผมมาได้จริง ๆ เหรอ?”

“มาได้สิ อยู่คนเดียวแบบนี้น่าเบื่อมากเลย ฉันอยากได้เพื่อนสักคน”

“ขอบคุณนะ ผมจะมาหาบ่อย ๆ”

ทั้งคู่โบกมือลากัน ราฟาเอลยังคงมองเอลเลียตจนกระทั่งอีกฝ่ายเดินเลยจากกรอบหน้าต่างร้านและจากไป เขากางแผ่นพับออกมาดู พลิกมันกลับหลังจนเห็นหน้าแนะนำศิลปิน ใบหน้าของเอลเลียตอยู่ในกรอบวงกลมเล็ก ๆ ที่มุมขวาสุด แม้กระทั่งรูปถ่าย ราฟาเอลก็รู้สึกถึงความอ่อนโยนจากรอยยิ้มนั้น เขากอดมันเอาไว้แนบอกด้วยความปิติเช่นเดียวกับที่บุรุษในสงครามได้จดหมายจากคนรัก ฉันไม่ได้รู้สึกกระดี๊กระด๊าขนาดนี้มานานแค่ไหนแล้วนะ? หนึ่งทศวรรษ? หรืออาจจะสักสาม? ช่างหัวมันสิ! เอลเลียตชวนเขาไปที่งานและนี่เป็นโอกาสอันดีที่เราจะสานสัมพันธ์ต่อกัน ราฟาเอลหย่อนก้นลงบนเก้าอี้ ยกเท้าวางบนเคาน์เตอร์อย่างสบายใจ

ตอนที่เห็นขานั้นทำให้ใจหายนิดหน่อย ราฟาเอลจะต้องใช้ชีวิตอยู่ในร่างนี้ไปอีกนาน นิ้วเท้าเล็ก ๆ พวกนั้นทำให้เขาคิดถึงหนวดของตัวเอง เย็นนี้ระหว่างที่แช่น้ำ เขาจะคืนร่างปล่อยให้หนวดได้ออกมาหายใจ ผ่อนคลายกล้ามเนื้อในน้ำอุ่นแล้วนอนวาดฝันเพ้อเจ้อ ใช้เวลาทั้งชั่วโมงไปกับการจ้องภาพเอลเลียตซ้ำแล้วซ้ำเล่า ราฟาเอลลืมเรื่องของแม่ ลืมเรื่องชาติพันธุ์ของตัวเอง ลืมเรื่องอำนาจมากล้นที่เคยมี เขาปล่อยให้หัวใจหลงระเริงไปกับความรักครั้งใหม่ที่เข้ามา จะมีเรื่องวุ่นวายตามมาแน่นอน เขาสัมผัสถึงมัน รู้สึกถึงมัน อาจมีใครบางคนเฝ้ามองอยู่ที่ด้านนอกนั่น ณ เชิงเทินของอะพาร์ตเมนต์ซอมซ่อ เอลเลียตทำให้เขาเลิกกังวลเรื่องนั้น เหมือนกับแสงสว่างปลายอุโมงค์ที่ราฟาเอลตามาหานานแสนนาน

ผมจะรอนะ งั้นเหรอ…

ราฟาเอลยิ้มค้าง อดรนทนรอแทบจะไม่ไหวที่จะไปดูงานศิลปะพวกนั้น  เขายกแก้วกาแฟขึ้นดื่มอึกใหญ่ จากนั้นก็พ่นพรวดออกมาทันที ละอองเหนียวเหนอะกระจายใส่รูปปั้นเปลือยของชายกล้ามโตผู้สง่างาม ย้อมเงาวาววับของมัดกล้ามด้วยคาเฟอีน ราฟาเอลวิ่งเร็วจี๋ไปที่ด้านหลังร้าน พุ่งตรงไปยังอ่างล้างจานเพื่อเปิดก๊อก อ้าปากล้างลิ้น ส่งเสียงโอ๊กอ๊ากแล้วถ่มถุยกาแฟหยดสุดท้ายลงท่อน้ำอย่างไม่ใยดี คุณพระคุณเจ้า ทำไมพวกมนุษย์ถึงดื่มไอ้นี่กันทุกเช้า นี่มันแย่ยิ่งกว่ากลืนโคลนเสียอีก

เอาล่ะ นี่เป็นอีกเรื่องที่ต้องจำเอาไว้

เขาเกลียดกาแฟ

To be continued.

สามารถติดตามอ่านเนื้อหาทั้งหมดได้ในแอป