“พระเตรียมวางต้นไม้ครับ สาม สอง หนึ่ง…เฮ้ย พระไปไหนทำไมไม่วางอะ หายไปไหนครับ พระครับ ไอ้พระโว้ย!”
อิสราชะงักมือที่จับเมาส์ปากกาแล้วขมวดคิ้ว เขาจ้องหน้าจอใหญ่ที่มีงานของเขาอยู่สองวินาที ก่อนเคลื่อนสายตาไปยังหน้าจอเล็กของโทรศัพท์มือถือที่มีภาพอันนิ่งสนิทจากเกมแนว MMORPG ที่เขาปล่อยจอตั้งแต่เมื่อครู่แล้ว
ความจริงมันควรมีการเคลื่อนไหว แต่ภาพที่เห็นคือตัวละครหกตัวในปาร์ตี้นอนเกลื่อนพื้น จอปรับมืดลงจากในตัวเกม ที่มุมขวาล่างมีกรอบและตัวละครนางฟ้าพร้อมข้อความว่า “ท่านตายแล้ว” เป็นสัญลักษณ์ว่าตัวของเขาตายแล้ว…รวมถึงทุกคนด้วย!
อิสรารีบคว้าโทรศัพท์มือถือขึ้นมา พิมพ์ลงไปยังช่องแชตว่า “ขอโทษครับ ๆ”
มีบางคนพิมพ์กลับมาว่าไม่เป็นไร บางคนแค่กดเลขห้ารัวยาว ยกเว้นเพียงคนเดียวที่ส่งเสียงผ่านไมค์มายังเขาโดยตรง
“เปิดไมค์ครับคุณอิฐ”
อิสรามุ่ยหน้า เขาไม่อยากเสวนากับวิศรุต ชายหนุ่มที่เล่นอาชีพ Runemaster และเป็นตัวหลักในการแบกกลุ่มลงกิจกรรมสักเท่าไหร่ ถึงอย่างนั้นด้วยเสียงที่เข้มข้นบ่งบอกห้วงอารมณ์ อิสราถึงยอมปัดหน้าจอไปยังดิสคอร์ด โปรแกรมสนทนาผ่านเสียงเพื่อเปิดไมค์ตามความต้องการของอีกฝ่าย
“ครับ”
“ปล่อยจอเหรอ ทำไมไม่ทำหน้าที่ตัวเอง”
เอ้า! อิสราร้องในใจ อ้าปากจะส่งเสียงแต่มีอีกเสียงแทรกมาก่อน
“กูบอกให้น้องมันปล่อยจอเอง เห็นว่าทำงานอยู่นี่ ใช่ไหมอิฐ”
นั่นแหละ นาวา หัวหน้ากิลด์ที่มักทำให้สถานการณ์ระหว่างการเล่นเกมดีขึ้นได้ตลอด เป็นคนที่ช่วยเชื่อมความสัมพันธ์ ไกล่เกลี่ย เจรจา เป็นน้ำเย็นที่สาดใส่สมาชิกกิลด์ทุกคนที่หัวร้อนจนแทบระเบิด เช่นเดียวกับคราวนี้ที่คงรู้ว่าวิศรุตหงุดหงิดไม่น้อยถึงได้เอ่ยปากรับหน้าเอง
แต่วิศรุตยอมที่ไหน…
“พระมันปล่อยจอได้ที่ไหน มึงนี่ก็นะพี่นุ่ง ใจดีพร่ำเพรื่อ”
อิสราถอนหายใจเฮือก เอ่ยปาก “ผมขอโทษครับ เดี๋ยวผมเซฟงานแป๊บแล้วเข้าดันใหม่ได้ไหมครับ”
“ดีนะที่เป็นตี้สุดท้ายแล้ว” วิศรุตว่ามาอย่างนั้นก่อนเงียบไปอึดใจ “รอก่อน เดี๋ยวผมมา”
ว่าแล้วก็เงียบไปทันที ถึงอย่างนั้นเพื่อนในเกมที่อยู่ด้วยกันมานานก็ยังรู้ว่าหายไปไหน…จะเป็นอะไรได้ถ้าไม่ใช่ไปสูบบุหรี่
อิสรารู้เหมือนที่ทุกคนรู้ วิศรุตจะหายไปจากหน้าจอเกมก็ต่อเมื่อรู้สึกเหมือนใกล้ระงับอารมณ์ตัวเองไม่ได้จริง ๆ และเจ้าตัวจะดับความร้อนตัวเองด้วยบุหรี่เสมอ ถึงจะมีหลายคนเริ่มปรามด้วยความเป็นห่วง แม้แต่วิศรุตยังพยายามเพลา ๆ การสูบบุหรี่ลงได้มากแล้ว แต่ก็ใช่ว่าจะหยุดได้ง่ายเสียเมื่อไหร่
คนที่ตกที่นั่งลำบากเพราะทำให้กิจกรรมจบช้าลงกว่าเดิมตีหน้าไม่ถูก อยากเหลือกตาใส่วิศรุตแต่ก็รู้ว่าอีกฝ่ายคงมองไม่เห็นเพราะได้ยินกันแค่เสียง แต่พิมพ์ข้อความระบายความในใจว่าเขากำลังอยู่ในโค้งสุดท้ายก่อนเดดไลน์จะบ้าตายอยู่แล้วเพราะต้องเร่งมือจนแทบไม่ได้นอน ก็รู้สึกว่ามันคงยิ่งทำให้เรื่องยุ่งยาก จึงเอ่ยออกไปสั้น ๆ เมื่อในห้องพูดคุยเงียบกันหมด
“ผมขอโทษครับพี่นุ่ง”
“เฮ้ย จะขอโทษทำไม ไอ้ว่านมันก็เป็นงี้เอ็งก็รู้ ปล่อยมัน เดี๋ยวมันก็หายร้อนเอง หมาบ้า”
“กูได้ยินนะไอ้นุ่ง”
เสียงวิศรุตแทรกมา ก่อนตามด้วยเสียงเคลื่อนไหวที่คาดว่าทางนั้นคงกลับมานั่งประจำที่หน้าคอมพิวเตอร์แล้ว แถมด้วยการสบถหยาบให้นาวาหัวเราะครืนใหญ่อย่างชอบใจ ตั้งหลักได้แล้วถึงส่งเสียงถามมา
“พร้อมกันทุกคนนะ”
ทุกคนตอบว่าพร้อม อิสราเองก็พร้อมแค่ชิงปิดไมค์ไปแล้วเรียบร้อยตอนอีกฝ่ายกลับมา ดังนั้นจึงได้ยินเสียงเข้มดังขึ้นอีก “พระ”
อิสรากลอกตามองเพดาน ปัดจอเปิดไมค์อีกหน ส่งเสียงเน้น ๆ ที่อีกฝ่ายรู้แน่ว่าประชดประชัน “พร้อม-แล้ว-ครับ”
“แล้วก็ไม่ต้องปิดไมค์ จะได้สื่อสารกันได้”
ชายหนุ่มอยากกัดลิ้นตัวเองแต่ก็ทำได้แค่ส่งเสียงรับรู้ในคอ กดการยอมรับเพื่อเข้าสู่ดันเจี้ยนที่มีวิศรุตเป็นตัวหลัก ทำหน้าที่อาชีพ Saint ของตัวเองในการซัปพอร์ตเหล่าเพื่อนร่วมปาร์ตี้ ตั้งแต่ต้นกระทั่งจบลงในเวลาไม่ถึงสิบห้านาที
“เห็นไหม พักงานมาตั้งใจแป๊บเดียวก็จบ”
อิสราสุดจะทน ถอนหายใจเฮือกใส่ไมค์จากสายหูฟัง จงใจให้อีกฝ่ายได้ยินก่อนถาม “บ่นพอยัง”
“อยากฟังต่อไหมล่ะ”
“ชีวิตคุณว่างมากเลยไง เวรเหอะวะ”
“เนี่ย พี่นุ่งมึงดูดิ น้องรักมึงอะ นิด ๆ หน่อย ๆ ก็หยาบใส่กู”
นาวาหัวเราะลั่นขณะอิสราถลึงตาโต อยากเปลี่ยนจากคอลเป็นวิดีโอคอลใจจะขาด เผื่อวิศรุตจะเห็นบ้างว่าตาเรียวรีของเขา พอจะเบิกโตขึ้นมามันน่ากลัวมากแค่ไหน
“ก็คุณหาเรื่องผมก่อนปะวะ”
“ผมไปหาเรื่องคุณตอนไหน” ฟังจากน้ำเสียงแล้วโคตรจะลอยหน้าลอยตา “นี่ไง ดันจบแล้ว ไปทำงานต่อสิไป”
ไม่ไล่เขาก็จะไปอยู่แล้ว! อิสราส่งเสียงเหอะในคอท่ามกลางเสียงหัวเราะชอบใจของคนอื่น ๆ ก่อนบอกลาทุกคนพอเป็นพิธี แล้วกดออกจากห้องพูดคุยตามด้วยออกจากเกมโดยไม่แม้แต่คิดจะเปิดไอเทมที่เพิ่งได้มาใหม่จากการลงดันเจี้ยนเลยด้วยซ้ำ
โอ๊ยยยย ถ้าทำได้อิสราก็อยากจะขยุมขยี้ทึ้งหัววิศรุตสักทีให้หายหงุดหงิดจริง ๆ เลยโว้ย!
และทั้ง ๆ ที่เขาฟึดฟัดอย่างนี้ แต่ว่ากันตามตรงกลับไม่มีใครอึดอัดใจเลยสักนิด เพราะเขากับวิศรุตนับเป็นไม้เบื่อไม้เมาที่เถียงที่ทะเลาะกันมานานมากแล้ว ด้วยเขาสองคนเข้ากิลด์มาในเวลาไล่เลี่ยกัน อายุก็ใกล้กันคือเขายี่สิบเจ็ดส่วนวิศรุตยี่สิบเก้า ในเกมมีอาชีพและหน้าที่ต่างกันโดยสิ้นเชิง แต่ก็ยังต้องพึ่งพากันในทุกแง่โดยทุกรอบเป็นต้องมีเรื่องให้ได้ลับฝีปากกันอยู่บ่อย ๆ
แต่กลายเป็นว่าไม่มีใครกังวลกับการทะเลาะเบาะแว้งนี้เลย มีแต่ชอบอกชอบใจ พวกเขาเถียงกันทีก็หัวเราะเฮฮากันที
เวร เวรมาก ๆ ไอ้วิศรุตนั่นแหละจองเวรจองกรรมเขาไม่หยุด แม่ง!
WannWis : ทำงานเสร็จแล้วคุยหน่อย
นั่นเป็นข้อความที่วิศรุตส่งมาผ่านไลน์ เด้งเป็นแจ้งเตือนให้อิสราหรี่เรียวตาน้อย ๆ หยิบโทรศัพท์มาเปิดอ่านแล้วตอบกลับในทันที
Isara : มีไร
WannWis : เมื่อกี้ขอโทษ
ชายหนุ่มมองข้อความนิ่ง ๆ ไม่แน่ใจว่าวิศรุตจะมาไม้ไหน จะหาเรื่องเขาอีกหรือตั้งใจจริง ๆ แต่พอเห็นสติกเกอร์เห็ดน้ำตาไหลพรากตามมา อิสราถึงทอดลมหายใจยาว เม้มปากแน่นขณะกดแป้นพิมพ์ตอบกลับ
Isara : คุณขอโทษเรื่องอะไร
WannWis : ที่หัวร้อนใส่ไง
รู้ตัวนี่ ไม่ว่าจะรู้ตัวได้เองหรืออาจมีนาวาบอกให้สะกิดใจก็เถอะ แต่นั่นก็เท่ากับอีกฝ่ายรู้สึกผิดจริง หากจะว่าไปเขาเองไม่ได้เอาความหงุดหงิดหัวเสียของอีกฝ่ายมาใส่ใจเลยสักครั้ง เพราะว่ากันตามตรง การที่เขายังคงเล่นเกมนี้อยู่แม้งานจะยุ่งแค่ไหนก็ตาม นอกจากเวลาเล่นเกมแล้วเหมือนได้ผ่อนคลายได้วางทุกเรื่องจากโลกความเป็นจริง เขายังชอบความสัมพันธ์ของทุกคนในกิลด์อีกด้วย มันกลายเป็นความคุ้นเคยกันไปจนไม่อาจตัดขาดได้ลง
เพราะอย่างนั้นทุกครั้ง เมื่อลงกิจกรรมจบความร้อนนั้นก็จะจบลงด้วย คราวนี้ก็เหมือนกัน
Isara : ไม่เป็นไรหรอกครับ
Isara : ผมรู้คุณเหนื่อย
Isara : แบกกิจมาตั้งแต่หัวค่ำแล้วใช่มั้ยล่ะ
Isara : ผมก็ผิดเหมือนกันที่ปล่อยจอ ขอโทษครับ
วิศรุตตอบมาเป็นสติกเกอร์เห็ดพนมมือไหว้ ให้คนมองหยัดยิ้มขึ้นมาวินาทีหนึ่งก่อนจะกลับมาหน้านิ่งอีกหน เมื่อแน่ใจว่าอีกฝ่ายคงไม่ส่งข้อความมาอีกถึงวางโทรศัพท์ลงบนที่วางตามเดิม หันมามองจอใหญ่อีกครั้งก่อนสูดลมหายใจเข้าลึก หยิบเมาส์ปากกาอย่างเตรียมความพร้อม และ…
เสียงแจ้งเตือนดังขึ้น
อะไรอีกกกก
WannWis : เดดไลน์วันไหน
อิสรามองคำถามนั้นอย่างงุนงง แต่ก็ยังอุตส่าห์หยิบโทรศัพท์มาแล้วตอบไป
Isara : พรุ่งนี้!
WannWis : 5555555
Isara : จะหาเรื่องอะไรอีกกกกกกก
WannWis : เปล่าาา แค่จะบอกว่าสู้ ๆ นะ จบงานนรกแล้วจะได้มาเจอเจ้ากรรมนายเวรต่อไง
คิ้วเข้มขมวดมุ่น ไม่เข้าใจข้อความของวิศรุตในคราวแรก แต่เมื่อระลึกดูดี ๆ แล้วถึงได้ร้องในคอเบา ๆ เพราะเจ้ากรรมนายเวรที่วิศรุตพูดถึงก็คือเจ้าตัวเองนั่นแหละ
จบนรกไปหานรกของจริง!
ทำไมเขานึกไม่ถึงเลยนะว่าทำไมตัวเองต้องตั้งเดดไลน์เองทั้ง ๆ ที่ลูกค้าบอกว่าไม่ใช่งานรีบ สามารถทำได้เรื่อย ๆ โดยมีกำหนดคืออีกสองสัปดาห์นู่น ทำไมถึงไม่ฉุกใจว่าคืนนี้นาวาใจดีกว่าปกติ คะยั้นคะยอให้เขาลงกิจกรรมโดยไม่ต้องอยู่จอก็ได้ให้ปล่อยออโตได้เลย ทำไม๊ทำไมไอ้คนปากดีอย่างวิศรุตถึงได้ทักมาขอโทษทันทีโดยไม่ปล่อยทิ้งเวลาให้ค้างคานานเกินไป
จะเพราะอะไรซะอีก ถ้าไม่ใช่ว่ามะรืนนี้กิลด์เขามีมีตติ้งกัน!
มันเป็นมีตติ้งแรกตลอดระยะเวลาสามปีตั้งแต่อยู่ร่วมกิลด์นี้มาของเขา เพราะไม่เพียงแต่เวลาไม่ลงตัวเท่านั้น แต่อิสรายังไม่อยากพบเจอคนมากมายให้ปวดหัว ไม่ชอบเสียงดังเอะอะโวยวายของเหล่าผู้คน แต่ตอนนี้ที่พวกเขากำลังเผชิญกับโรคระบาดอย่างโควิด ชีวิตที่ถูกพรากไปนับแล้วนับเล่ากลับทำให้อิสราฉุกคิดขึ้นมาได้ ว่าเวลาไม่เคยรอใคร หากไม่ไปร่วมมีตติ้งในครั้งนี้ เขาก็ไม่แน่ใจว่าเราจะมีโอกาสได้เจอกันอีกตอนไหน
เพราะอย่างนั้นตอนที่เขารับปากนาวาว่าจะไป หัวหน้ากิลด์ถึงได้ตื่นเต้นดีใจจนประกาศบอกทุกคนในห้องกิลด์เลยทีเดียว
ถึงจะเป็นมีตติ้งเล็ก ๆ ที่มากันไม่กี่คน เพราะโควิดและช่วงเวลาที่หลาย ๆ คนต้องกลับไปอยู่บ้านที่ต่างจังหวัด ไหนจะเรื่องของความเสี่ยงในการรวมตัวกันอีก แต่นาวาที่รักในพวกพ้องร่วมกิลด์มาก ๆ ก็ยังดีใจ
เขาเองก็ตื่นเต้นเหมือนกัน…ถึงจะมีวิศรุตไปด้วยก็เถอะ!
กดอ่านแล้วเงียบไปเลย…
วิศรุตมองหน้าต่างห้องสนทนาของเขากับอิสรา ยกยิ้มเมื่อพบความเงียบงันที่อีกฝ่ายส่งมาเป็นการตอบกลับ ก่อนจะเอนหลังพิงพนักเก้าอี้สำหรับสายสตรีมเมอร์เกมโดยเฉพาะ มองผนังสีขาวสะอาดที่ถูกแต่งแต้มด้วยหลอดไฟเส้นเล็กยาวสีส้มนวลที่หลบอยู่หลังขอบโต๊ะคอมพิวเตอร์ เลื่อนมามองคีย์บอร์ดที่ส่องแสงสีรุ้ง ก่อนกลับไปมองจอสนทนาอีกทีอีกอึดใจถึงหยัดกายขึ้นยืน
ภารกิจในเกมของเขาคืนนี้จบลงแล้ว เหลือแค่ต้องเติมพลังเพื่อลุยงานหลักของตัวเองต่อ
แต่ไม่ทันจะก้าวเท้าออกจากห้อง เสียงเรียกเข้าของไลน์ก็ดังขึ้นให้เขาย้อนกลับมาที่โต๊ะอีกหน พอเห็นว่าเป็นนาวาที่ติดต่อมาจึงกดรับสายผ่านโทรศัพท์ ส่งเสียงเนือย ๆ ไปให้รู้ว่าไม่ได้อยากเสวนาด้วยเท่าไหร่หรอก
“ว่าไงพี่นุ่ง”
“มึงนี่นะ” นั่นคือคำแรกที่นาวาพูดมา ก่อนส่งเสียงจุปากรัว ๆ ให้วิศรุตหลุดขำ
“จิ๊ปากอะไรของมึง”
“ก็มึงไง มึงนั่นแหละ ไอ้ว่าน ไอ้เลว มึงไปหาเรื่องไอ้อิฐมันทำไม ถ้ามันเปลี่ยนใจไม่มาหาแล้วจะทำยังไง”
“เดี๋ยวนะ” วิศรุตหัวเราะ ไม่ได้อินังขังขอบกับการที่ต้องถูกนาวาก่นด่าอย่างไม่มีที่มาที่ไป นั่นถือเป็นการพูดคุยอันแสนจะธรรมดาของพวกเขาอยู่แล้ว แต่ที่ทำให้แปลกใจคือนาวาโทรมาหาเขาด้วยเรื่องของอิสรานี่น่ะสิ “รับปากแล้วก็ต้องมาไหม ไม่มาก็หมาอะดิ”
“มึงน่ะสิหมา อย่าให้กูเห็นนะว่าวันนัดมึงมองไอ้อิฐตาละห้อย ได้หอนให้กูฟังทั้งคืนแน่ ๆ”
ถ้อยคำนั้นทำวิศรุตหลุดหัวเราะเสียงดังลั่น ยกมือขึ้นสางเส้นผมตัวเองขณะเดินลงบันไดเพื่อตรงไปยังห้องครัว ย่อตัวลงนั่งยองเมื่ออียอร์ สุนัขพันธุ์ค็อกเกอร์ที่เขารับเลี้ยงมาได้เกือบสองปีวิ่งเข้ามาหาแล้วทิ้งตัวลงนอนหงายท้องให้เกาพุง ตอนเห็นตาละห้อยของอียอร์ ชายหนุ่มเลยได้หัวเราะขึ้นมาอีก
ไม่ใช่เพราะนึกภาพตัวเองตาละห้อยอย่างที่นาวาพูด แต่นึกถึงอิสราที่มีดวงตาละห้อยนิด ๆ อย่างที่เขาเคยเห็นในรูปต่างหาก
ใช่ ในรูป เพราะเขาไม่เคยเจอตัวจริงของอิสราเลยตั้งแต่ได้รู้จักกันผ่านเกม ที่ต่อให้มีการจัดมีตติ้งเล็กใหญ่ทุกปีเจ้าตัวก็ไม่เคยมา ต้องอาศัยดูหน้าผ่านรูปที่เจ้าตัวอัปเดตขึ้นโพรไฟล์บ้าง ไม่ก็ตามแท็กของคนในเฟซบุ๊กบ้าง
พอคิดว่าจะได้เจอตัวจริงเสียงจริงสักที มุมปากที่ลดลงไปแล้วก็ยกยิ้มอีกหน
“กูขอโทษเขาไปแล้วพี่นุ่ง มึงนี่ก็จิตตกเกิน”
“ไอ้นิสัยปากคาบส้นตีนของมึงด้วยก็เหมือนกัน เมื่อไหร่จะเลิก ๆ ไปสักทีวะ กูล่ะไม่เข้าใจจริง ๆ ว่าทำไมสาว ๆ ถึงตามมึงมาเข้ากิลด์กันเยอะนัก”
นั่น…วิศรุตก็ไม่เข้าใจเหมือนกัน
เคยมีหลายคนบอกว่าเสน่ห์ของเขาอยู่ที่ดวงตาสีเทา ไหนจะความเป็นลูกครึ่งแคนาดาที่ทำให้ดึงความสมส่วนของหน้าตาให้ออกมาคมคาย บวกกับความขี้เล่นช่างเจรจาด้วยอีก ทำให้ทุกครั้งที่มีการโพสต์รับสมัครคนเข้ากิลด์ในกลุ่มเกม เลขาฯของกิลด์ถึงได้ชอบเอารูปกับคลิปของเขาไปเรียกคนนัก
ส่วนใหญ่จึงมีสาว ๆ สมัครเข้ามาเพื่อตามหาเขาโดยเฉพาะ และมีหลายต่อหลายคนที่ออกจากกิลด์ไปเพราะเขาด้วยเช่นกัน
ก็ถ้าทนกับความดุของเขาไม่ไหว…
“กูได้อยากให้ใครตามกูมาไหมคร้าบ ขอร้องช่วยอย่าเอารูปกูไปโพรโมตที กูเบื่อออ”
วิศรุตไม่สนใจใครเลย เขามีหน้าที่แบกกิจกรรมเขาก็ทำ เป็นคนนำทัพในกิลด์วอร์เขาก็ต้องทำ แต่ถ้าต้องให้ไปอดทนเอาใจสมาชิกคนไหนล่ะก็ เขาไม่ทำ
ถึงอย่างนั้นก็ยังมีคนชอบเขาอยู่ดี
ทีคนที่อยากให้ชอบล่ะไม่เห็นแม้แต่จะปรายตามองเขา…
“เออ ขอโทษแล้วมันว่าไง”
“ไม่ว่าไง บอกว่ารู้ว่าเพราะกูเหนื่อย”
“บุญบาป มึงมีใจให้คนดีเกินไป มึงต้องตกนรกแน่ ๆ ถ้ามึงฉุดเขาลงมาอยู่กับมึง”
วิศรุตสำลักน้ำจริง ๆ ไอโขลกจนปลายสายส่งเสียงร้องตกใจ ต้องใช้เวลาอีกครู่กว่าจะกลับมาเป็นปกติได้ ซ้ำถ้อยคำของนาวายังเสียดแทงให้ใจเขาแปลบปลาบจะบ้า แทบอยากทิ้งตัวลงไปนอนดิ้นที่พื้นตอนนี้เลยด้วยซ้ำ
“มึงหักหาญใจกูมากพี่นุ่ง”
เพราะที่นาวาพูดมานั่นถูกทุกคำ เขามีใจให้คนดี ๆ ไม่พอ ยังคิดจะฉุดให้คนดีลงมาเกลือกกลั้วกับคนหน้าส้นตีนอย่างที่นาวาชอบด่าบ่อย ๆ ด้วยอีก
ใช่ มีใจ…เขามีใจให้อิสรามานานแล้ว อย่างน้อยก็เกือบสามปี โดยที่เจ้าตัวไม่เคยรู้ ไม่แม้แต่จะสะกิดใจทั้ง ๆ ที่คนรอบข้างเคลือบแคลงในตัวเขามานักต่อนัก ไม่แม้แต่จะรู้สึกรู้สาที่เขาเผลอหยอดโดยไม่รู้ตัว ไม่ทันยั้งปาก แต่อิสราก็จะมองแค่ว่าเขากวนประสาทใส่เท่านั้น
เขาหล่อ มีเสน่ห์ แต่ไม่เคยสะกิดความสนใจของอิสราได้เลย…น่าเศร้า
“มึงต้องใช้มีตติ้งครั้งนี้ให้เป็นประโยชน์”
วิศรุตส่ายหน้าเมื่อได้ยิน โยนกล่องสปาเกตตีขี้เมาไก่เข้าไมโครเวฟ “จะช่วยกูว่างั้น”
“ไม่ ทำไมกูต้องช่วย มึงนี่มันเก่งทุกอย่างยกเว้นเรื่องนี้จริง ๆ”
ชายหนุ่มถอนหายใจ ยกมือที่ว่างขึ้นเท้าสะเอว มองตัวเลขบนจอไมโครเวฟที่ลดลงเรื่อย ๆ ยอมรับคำกล่าวหานั้นโดยไม่มีข้อกังขาใด เพราะเขามันอ่อนกับเรื่องความรักมากจริง ๆ
ทั้ง ๆ ที่มีประสบการณ์ แต่มันก็ยังยากอยู่ดีที่จะหาทางคว้าใจอิสรามาไว้ได้ เพราะข้อกำหนดระหว่างเรามันมากมายจนบางทีเขายังคิดว่าไม่มีทางเป็นไปได้
“เลิกซ้ำเติมกูแล้ววางสายได้ยังพี่นุ่ง”
“เอาวะ กูเป็นกำลังใจให้แล้วกัน ฝันดีไอ้เลว”
แล้วนาวาก็วางสายไปโดยไม่รอฟังเขาพูดคำใดอีกเลย ให้ชายหนุ่มได้แต่มองจอโทรศัพท์ที่ดับมืด มองตัวเลขไมโครเวฟที่เวลานับถอยหลังใกล้ถึงจุดสิ้นสุด
ก่อนเสียงดังติ๊งของไมโครเวฟจะดังขึ้นพร้อมเสียงบางอย่างที่ดังขึ้นในความคิดของเขา
จริงอย่างที่นาวาพูด…บางทีเขาอาจต้องใช้วันมีตติ้งให้เป็นประโยชน์ ถ้าอยากจะได้ใจอิสรามาดูแลสักที เขาก็ต้องลองดูสักตั้ง มันคงไม่เสียหายอะไรนักหรอก!
To be continued.
ศัพท์เล็ก ๆ น้อย ๆ ในเกม :
MMORPG – เกมที่ผู้เล่นเข้ามาเล่นโดยสวมบทบาทเป็นตัวละครหนึ่ง มีหน้าที่และเอกลักษณ์เฉพาะที่ต้องรับผิดชอบ
ปาร์ตี้ – การรวมกลุ่มทำกิจกรรมร่วมกันภายในเกมเป็นทีม โดยในปาร์ตี้หนึ่งจะกำหนดจำนวนคนที่สามารถร่วมได้
กิลด์ – กลุ่มสมาชิกที่รวมตัวกันเป็นกลุ่มใหญ่ ส่วนมากจะมีจำนวน 30 คนขึ้นไป โดยจะมีกิจกรรมต่าง ๆ ที่ต้องทำร่วมกัน
ดันเจี้ยน – โหมดกิจกรรมหนึ่งของเกม โดยแต่ละดันเจี้ยนจะมีกิจกรรมแตกต่างกันออกไป ส่วนมากจะได้รับค่าตอบแทนเป็นไอเทมต่าง ๆ ในเกม
Runemaster – อาชีพนักรบ เน้นการโจมตีและมีพลังป้องกันสูง
Sanit – อาชีพนักบวช เน้นการซัปพอร์ตและบัฟค่าต่าง ๆ ให้เพื่อนร่วมทีม
พระ – ชื่อเรียกของอาชีพ Saint
ต้นไม้ – สกิลหนึ่งของอาชีพ Saint หลัก ๆ จะใช้วางเพื่อชุบเพื่อนรวมทีมแบบเป็นกลุ่ม และสามารถฮีลเพิ่มเลือดให้เพื่อนในทีมได้
ดิสคอร์ด – โปรแกรมสำหรับการสื่อสารผ่านตัวอักษรและเสียงผ่านทางห้องพูดคุย นิยมใช้ในกลุ่มสังคมคนที่เล่นเกม เป็นต้น