I wanna be a Daddy

ตอนที่ 1

[คุณเรเวน วันนี้คุณจะเล่นเกมอะไรเหรอ? ช่วงนี้มีเกมใหม่ๆ เยอะแยะเลย อยากฟังเสียงคุณพากย์ตัวละคร]

“โอ้! คุณนาวี ขอบคุณสำหรับซุปเปอร์แชตแดงนะครับ”

บนหน้าจอของผู้ชมปรากฏภาพของตัวการ์ตูนชายหนุ่มหน้าตาหล่อเหลา ผมสีดำสนิททรงวูล์ฟคัต มีปีกคู่หนึ่งบนศีรษะ ตรงหางคิ้วด้านซ้ายมีการเจาะคิ้วให้ดูเหมือนเด็กอีโม ดวงตาสีดำเป็นประกาย แววตาดูขี้เล่น และรอยยิ้มทรงเสน่ห์ เสียงกังวานใสเอ่ยข้อความแถบสีแดงของแชตก่อนจะส่งเสียงครุ่นคิดแล้วตอบคำถามของแฟนคลับที่กำลังรับชมอยู่

“วันนี้ผมจะสตรีมเรื่องอะไรน่ะเหรอ? อืม คงเป็นการอ่านแชตหรือโดเนตละมั้ง? วันนี้ผมแพลนไว้ว่าจะมาแบบคุยสบายๆ แบบที่ญี่ปุ่นเค้าเรียกว่า ‘ซัตสึดัน’ (Zatsudan) ผมรู้สึกว่าเล่นเกมมาเยอะแล้ว และหลายๆ เกมก็ได้จบลงไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว เอาล่ะ เรามาคุยกันดีกว่าว่าพวกคุณชอบเกมไหน หรือประทับใจซีนไหนของเกมบ้าง”

เสียงเจื้อยแจ้วของชายหนุ่มคนหนึ่งเบื้องหลังไมโครโฟนและกล้องจับการเคลื่อนไหว เอ่ยอย่างเป็นธรรมชาติและไม่เขินอาย เขามีความเป็นมืออาชีพในวงการ ‘วีทูบเบอร์’ (Vtuber – Virtual Youtuber) ที่กำลังเป็นที่นิยมในหมู่ผู้ให้ความบันเทิง โดยเหล่าวีทูบเบอร์นี้จะไม่เปิดเผยหน้าตาของตนเอง และจะใช้ตัวแทนเป็นตัวการ์ตูนขึ้นหน้าจอ ใช้กล้องจับความเคลื่อนไหวเพื่อแสดงสีหน้าผ่านตัวการ์ตูนเหล่านั้น

‘Raven Hraefnscaga’ (เรเวน ฮรีฟน์ซากา) เป็นวีทูบเบอร์ชื่อดังจากการที่เขาเริ่มเล่นเกมเนื้อเรื่องและใช้เสียงของตนเองพากย์บทพูดของตัวละครต่างๆ บางเกมที่เป็นภาษาต่างประเทศ เขาก็แปลออกมาอย่างได้อรรถรส รวมทั้งปฏิกิริยาที่ดูโอเวอร์ในสถานการณ์ต่างๆ ของเกมที่ตลกขบขัน ทำให้เขาเป็นที่นิยมอันดับต้นๆ ของวงการ มีผู้ติดตามยูทูบกว่าสามล้านคน และตัวละครของเขาก็มีการร่วมมือกันกับทางคาเฟต่างๆ หรือร้านขายสินค้าลิขสิทธิ์ของแอนิเมชันและหนังสือการ์ตูน (เพราะตัวละครของวีทูบเบอร์ก็นับเป็นตัวการ์ตูนอย่างหนึ่ง) ผลิตสินค้าออกมาในรุ่นจำกัดให้เหล่าแฟนคลับได้จับจองกัน

แม้ว่าจะไม่มีใครรู้จักตัวตนที่แท้จริงของเรเวน แต่แฟนคลับต่างก็ชื่นชมในความสามารถด้านการให้ความบันเทิงของเขา การเป็นวีทูบเบอร์อิสระไร้สังกัดอาจยุ่งยากเรื่องการติดต่องาน แต่ตัวของเรเวนเองก็บอกว่าเขายินดีที่จะร่วมงานกับบริษัทต่างๆ เพื่อตอบสนองความต้องการของแฟนคลับ ซึ่งจะต้องอยู่บนพื้นฐานที่จะไม่เปิดเผยตัวจริงของเขา และขอร้องให้แฟนคลับติดตามเขาเฉพาะในโลกโซเชียลก็พอ โดยส่วนใหญ่แล้วแฟนคลับก็จะทำตามที่เขาบอก ถึงจะมีคนบางกลุ่มที่ต้องการรู้ตัวตนจริงของเขา แต่เรเวนก็เป็นคนที่ระมัดระวังมากพอที่จะไม่ออกจากบ้านบ่อยๆ หรือเปิดเผยบางสิ่งที่เป็นเรื่องส่วนตัวมากจนเกินไป เพื่อป้องกันเหล่าสตอล์กเกอร์นั่นเอง

“นอกจากสตรีมเดบิวต์แล้ว ผมก็ไม่ค่อยได้ทำสตรีมซัตสึดันเท่าไหร่ อาจจะมีบ้างในช่วงท้ายสตรีม แต่ก็แค่อ่านโดเนตหรือข้อความจากสมาชิกเท่านั้น วันนี้ผมอยากจะนั่งคุยเล่นชิลๆ กับทุกคน พูดถึงเรื่องเกมที่ผมได้เล่นผ่านมา ผมชอบเล่นเกมเนื้อเรื่องนะ ผมชอบอ่านเนื้อเรื่อง เรื่องราวต่างๆ ที่อยู่ในเกม มันเหมือนอ่านนิยายหรือไลต์โนเวลเรื่องหนึ่งเลย ผมประทับใจการเขียนบทของตัวละครเลออง ในเกมผีอะพาร์ตเมนต์ภาคสี่มาก ผมรู้สึกว่าเขาพัฒนาสกิลการต่อสู้และความคิดเติบโตจากสมัยที่เขาเป็นตำรวจในภาคสองมาก ตอนนั้นเขายังดูเด็กๆ ไม่สิ เป็นเด็กใหม่อยู่เลย ฮ่าๆๆ” เรเวนพูดไปเรื่อยตามสไตล์ของเขา บางจังหวะก็กดเอฟเฟกต์เสียงเพื่อเรียกเสียงฮาจากแฟนคลับ “พวกคุณคิดว่ายังไง? เลอองเขาเป็นคนยังไงบ้าง? มีใครเป็นแฟนคลับเลอองมั้ยครับ?”

หลังจากที่พูดเสียยืดยาว เขาก็ทิ้งคำถามให้กับผู้ชมที่กำลังดูไลฟ์ของเขาอยู่ เรเวนเงียบไปเพื่ออ่านความคิดเห็นในช่องแชต เขามีปฏิกิริยาเล็กๆ น้อยๆ ผ่านตัวโมเดลเมื่อเห็นว่าคนที่พิมพ์ในแชตต่างก็เห็นพ้องไปในทิศทางเดียวกัน

[ชอบเลอองเพราะเขาหล่อค่ะ]

[เลอองเก่งขึ้นเยอะมาก น่าจะเพราะเขาได้รับการฝึกฝนมาเยอะ]

[ท่าจระเข้ฟาดหางเท่มาก ไม่รู้ว่าใครสอน แต่ผมอยากทำได้เหมือนเขา]

“อืม หลายๆ คนดูจะชอบเลอองนะ เพราะเขาหล่อหรือเขาเก่ง?” เรเวนเอ่ยเมื่ออ่านข้อความที่หลั่งไหลเข้ามาเรื่อยๆ แล้วมีข้อความแถบสีฟ้าซึ่งเป็นการจ่ายเงินเพื่อไฮไลต์ข้อความ เรเวนรีบอ่านก่อนที่มันจะไหลหายไป “คุณไอด้าโดเนตสี่สิบบาท บอกว่า ‘เลออง สามีหนูค่ะ ห้ามแย่ง’ ฮ่าๆๆๆๆๆ”

เรเวนหัวเราะร่าพร้อมทั้งกดเอฟเฟกต์เสียง ‘ผ่าง’ และทั้งช่องแชตก็ได้พิมพ์ [55555] รัวเร็วจนดันข้อความอื่นหายหมด เรเวนขำจนน้ำตาจะไหล

“โอ๊ย คิดยังไงถึงตั้งชื่อไอด้ามาโดเนตว่าเลอองเป็นสามี” เขาพูดกลั้วหัวเราะก่อนจะพูดต่อ “ในเนื้อเรื่องเขาก็บอกแค่คร่าวๆ มั้ยว่าแอบชอบกัน ยังไม่ได้เป็นอะไรกัน! แต่ผมก็คิดนะว่าเป็นความรักที่น่าสนใจ ไอด้าเป็นอัลฟาหญิงที่จะเลือกใครเป็นแฟนก็ได้ แต่เธอกลับมาปิ๊งเลอองที่เป็นหนุ่มเบตาธรรมดาซะนี่”

เรเวนส่ายหน้ายิ้มๆ ภาพตัวละครของเขาก็ทำตามกิริยาของเขาด้วย น้ำเสียงที่แสดงถึงความเอ็นดูทำให้ผู้ชมในช่องต่างก็ส่งสติกเกอร์ ‘งู้ยยยยย’ มาเป็นแถบ

“ผมว่าเขาดำเนินเรื่องดีนะ ไม่สิ ต้องบอกว่า ออกจะแหวกแนวเสียหน่อยที่ให้อัลฟาหญิงคู่กับเบตาชาย เพราะในชีวิตจริงแล้ว อัลฟาส่วนใหญ่จะเลือกคนรักเป็นโอเมกามากกว่า เพราะในด้านแรงดึงดูด ฮอร์โมน หรือสรีระใดๆ ก็ตาม ผมชอบนะ การที่มีความลื่นไหลทางเพศแบบนี้ มันแสดงให้เห็นถึงความเป็นไปได้ต่างๆ ที่สามารถเกิดขึ้นได้ ไม่จำกัดว่าเพศไหนจะต้องคู่กับเพศไหนโดยเฉพาะน่ะ” เขาแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับเพศรองของตัวละครทั้งสองด้วยทัศนคติที่ดี

[ผมเป็นโอเมกาชาย หลงรักเบตาหญิง แปลกมั้ยครับ?] ข้อความแชตข้อความหนึ่งผ่านตาของเรเวนไป เขาอ่านออกเสียงแล้วทำสีหน้าจริงจัง

“อย่างที่ผมบอกว่ามันไม่ใช่เรื่องที่จำเพาะเจาะจงว่าเพศไหนจะต้องคู่กับเพศไหน ไม่ว่าคุณจะเป็นอัลฟา โอเมกา หรือเบตา หรือแม้แต่หญิงหรือชาย พวกคุณก็มีความรักต่อคนคนหนึ่งได้ทั้งนั้น เพราะฉะนั้น โอเมกาชายหลงรักเบตาหญิงก็ไม่ใช่เรื่องแปลกอะไร ผมว่ามันอยู่ที่ใจมากกว่า คุณไม่ต้องกังวลหรอก” เขาตอบในเชิงบวกและให้กำลังใจคนในช่องแชต หลังจากที่เขาพูดออกไป ในแชตก็มีข้อความให้กำลังใจอย่างล้นหลาม เรเวนคิดว่าผู้ชมที่พิมพ์คำถามมาคงได้คำตอบในใจแล้ว

เรเวนนั่งไลฟ์พูดคุยไปอีกประมาณสองถึงสามชั่วโมง เขาก็เริ่มบ่นว่าเจ็บคอแล้ว และบอกลาผู้ชมก่อนจะลงไลฟ์ ไม่ลืมที่จะบอกตารางไลฟ์ในวันพรุ่งนี้ว่าเขาจะมาเวลาไหน ให้เหล่าแฟนๆ เตรียมตัวรอ

หลังจากที่ทำงานหน้าคอมพิวเตอร์มาสามชั่วโมงกว่าๆ ชายหนุ่มก็ปิดกล้องและไมโครโฟน เขาพ่นลมหายใจระบายความเหนื่อยล้า ใกล้เสร็จสิ้นภารกิจประจำวันแล้ว เหลือแค่เช็กอีเมลว่ามีงานอะไรใหม่ๆ ติดต่อมาไหม ซึ่งก็มีบริษัทหนึ่งติดต่อมาจริงๆ และเป็นหัวข้ออีเมลที่น่าสนใจ เขาจึงคลิกเข้าไปดูรายละเอียด เขาอ่านอยู่นานสองนานก่อนจะโทรศัพท์ไปถามเพื่อนสนิทที่อยู่ในวงการบันเทิงเพื่อปรึกษา

[ว่าไง] เสียงตอบรับจากปลายสายดังขึ้นหลังจากที่โทรไปได้ไม่ถึงสิบวินาที แสดงให้เห็นถึงความรวดเร็วในการตอบกลับของเพื่อนซี้

“เออเนี่ย มีงานนึงติดต่อฉันมา ลิลิธ นายรู้จักงานนักพากย์มั้ย?” เขากล่าวด้วยน้ำเสียงจริงจัง

[เห งานพากย์เสียงเหรอ? น่าสนใจดีนี่]

“นายว่าฉันจะเหมาะกับงานนี้มั้ย?” เรเวนถามด้วยน้ำเสียงสงสัยปนความกังวล

[ฉันว่านายก็มีความสามารถในด้านนี้อยู่นะ ลองนึกดูสิ นายเล่นเกมแล้วก็พากย์เสียงตัวละครไปด้วย นายทำได้อย่างลื่นไหลและสร้างความสนุกสนานให้กับผู้ชม ฉันว่ามันก็น่าลองอยู่นะ]

“แต่ว่า…เรื่องที่ฉันเป็นเรเวน…อืม เขาให้ฉันไปคุยรายละเอียดเพิ่มเติมที่สตูดิโอน่ะสิ”

[แล้วเป็นบริษัทอะไรที่ติดต่อมาล่ะ?]

“คองเคอเรอร์เอนเทอร์เทนเมนต์ (Conqueror Ent.) น่ะ”

[บริษัทตัวตึงเรื่องออดิโอดรามาเลยนี่นา ว่าแต่งานพากย์ที่นายได้รับเป็นงานประเภทไหนเหรอ?]

“เป็นตัวเอกของดรามาซีดี* เรื่องหนึ่งน่ะ เป็นเรตสิบแปดบวก”

[เขาเจาะจงบทนั้นให้นายพากย์โดยเฉพาะเลยเหรอ?]

“ใช่ แล้วมันจะมีปัญหาอะไรรึเปล่า?”

[อ้อ…ไม่ได้มีปัญหาอะไรหรอก ฉันแค่คิดว่านายคงถูกจับตามองมาสักพักแล้ว แล้วทางทีมงานคงเห็นศักยภาพของนาย ก็เลยเสนอบทให้แบบไม่ต้องไปคัดเลือกแข่งกับคนอื่นๆ เลย] ปลายสายมีน้ำเสียงที่ชื่นชมเรเวนอย่างชัดเจน

“ความจริงมันก็เขินๆ อยู่นะที่ต้องพากย์งานเรตแบบนั้นน่ะ แล้วเรื่องตัวจริงของฉัน…ควรจะทำยังไงดี? มันต้องไปอัดที่สตูดิโอนี่นา” เรเวนเอียงศีรษะแล้วยกมือลูบแก้มเบาๆ

[นายไม่ต้องกังวลหรอก สำหรับนักพากย์แล้ว มีไม่น้อยเลยที่ต้องการปกปิดตัวตนจริงและใช้นามแฝงในวงการ อย่างพวกงานสิบแปดบวกที่นักพากย์บางคนไม่ต้องการให้ครอบครัวรู้]

“อ่า ถ้าเป็นอย่างนั้น คงขอให้ทีมงานปกปิดเรื่องตัวจริงของฉันได้ใช่มั้ย?”

[แน่นอน นายก็ระบุไว้ในสัญญาด้วยเลยสิ จะได้ไม่เป็นปัญหา]

“โอ้ว!” เรเวนมีสีหน้าดีใจเมื่อได้ฟังคำแนะนำของเพื่อน “โอเคเลย น่าสนใจมาก คิดถูกจริงๆ ที่โทรมาปรึกษานายน่ะ”

[ไม่เป็นไร ฉันยินดี เรื่องในวงการบันเทิงแบบนี้นายคงไม่ค่อยรู้ ถ้าสงสัยละก็ถามได้ตลอดนะ]

“ขอบใจมากเลย ลิลิธ!”

เรเวนวางสายเพื่อนรักแล้วตัดสินใจตอบอีเมลไป และนั่งรอสักพักก็ได้รับอีเมลตอบกลับมานัดหมายวันเวลาไปคุยรายละเอียดเพิ่มเติมที่สตูดิโอ เรเวนยิ้มกว้างให้กับโอกาสงานใหม่ครั้งนี้และตอบกลับไปว่าจะเตรียมตัวไปตามที่นัดแนะกันอย่างดี

“‘เรฟ’ ลูกหิวข้าวมั้ย แม่ทำสุกี้มื้อดึกไว้ให้เผื่อลูกหิว” เสียงร้องจากห้องครัวชั้นล่างทำให้เรฟสะดุ้งเล็กน้อย เพราะเขากำลังจดจ่ออยู่กับงาน เมื่อรู้ว่าแม่ของเขาแสดงความห่วงใยเรื่องปากท้อง ท้องของเขาก็ร้องขึ้นมาทันที

เรฟพักบทบาทจากการเป็นเรเวน เขาปิดคอมพิวเตอร์แล้วออกจากห้องทำงานชั้นสอง ลงไปทานมื้อดึกที่แม่ของเขาตระเตรียมไว้ให้ จากนั้นก็คุยสัพเพเหระตามประสาแม่ลูก หลังจากนั้นก็แยกย้ายกันไปทำภารกิจส่วนตัวก่อนจะเข้านอน

ในวันที่กำหนดมาถึง เรฟค่อนข้างตื่นเต้นกับงานใหม่ที่ท้าทายความสามารถของเขา และเป็นงานที่เขายังไม่เคยทำอย่างจริงจังมาก่อน เขาไปก่อนเวลาประมาณสิบนาที ในตอนแรกเขาใส่หน้ากากอนามัยและแว่นตาเพื่ออำพรางใบหน้า สวมหมวกเพื่อปิดปังผมสีฟ้าที่โดดเด่น เขาแสดงอีเมลทาบทามจากทางสตูดิโอต่อเจ้าหน้าที่ประชาสัมพันธ์ จึงได้เข้ามาในสตูดิโออย่างปลอดภัยและมีเจ้าหน้าที่คอยอำนวยความสะดวกให้ เขาได้นั่งรอบนโซฟาในห้องรับแขกซึ่งมีชายคนหนึ่งนั่งรออยู่ก่อนแล้ว เขามีผมสีเงินทรงอันเดอร์คัต ดวงตาสีม่วง ไฝใต้ตาขวาสองเม็ดที่คล้ายน้ำตาหยดเรียงกันลงมาบนแก้ม นั่งอ่านเอกสารอยู่ปึกหนึ่ง เรฟมองเห็นออราความเป็นมืออาชีพออกมาจากตัวของคนคนนั้น คาดว่าคงเป็นเพื่อนร่วมงานในวันนี้

รอสักพักก็ถึงเวลานัดหมาย ทางผู้กำกับกับทีมงานก็เข้าห้องมาทักทาย เรฟลุกขึ้นมาจากโซฟาแล้วถอดหน้ากากอนามัยออก บอกตนเองว่าชื่อ ‘Raven Hraefnscaga’ เป็นวีทูบเบอร์ที่ทางสตูดิโอทาบทามมา

“เอ่อ คุณเรเวน นามสกุลสเตจเนมอ่านว่าอะไรเหรอครับ?” ทีมงานคนหนึ่งเอ่ยถามเรฟ และขณะที่เรฟกำลังจะอธิบายก็มีคนพูดแทรกขึ้นมา

“ชื่อ ‘เรเวน ฮรีฟน์ซากา’ นามสกุลหมายถึง From the raven forest” ชายผมสีเงินกล่าวพร้อมทั้งหันมามองหน้าของเรฟ “ผมชื่อ ‘กริช เป็นนักพากย์ที่จะร่วมงานกับคุณเรเวนครับ”

“นักพากย์ชื่อกริช…อ้อ ที่บอกไว้ในอีเมลสินะ ผมไม่เคยเห็นหน้าคุณเลย ยินดีที่ได้รู้จักนะครับ” เรฟกล่าวยิ้มๆ รู้สึกประทับใจกับคนตรงหน้าที่ดูใส่ใจกับที่มาของชื่อนามแฝงของเขา “ถ้ายังไงเรียกผมว่าเรฟก็ได้ครับ จะได้ไม่ต้องเรียกชื่อยากๆ”

“สวัสดีทั้งคู่อีกครั้งนะครับ ผมชื่อพินิจ เป็นไดเรกเตอร์ของงานนี้ครับ สำหรับตัวบทคร่าวๆ ได้ส่งให้อ่านกันแล้วในเมล์นะครับ แล้วก็ตอนนี้จะให้ลองอ่านบทจริงมาเทสต์เสียงพากย์ดูนะครับ” พินิจให้ลูกทีมยื่นบทแก่กริชและเรฟ ทั้งสองคนรับมาอ่านฉากฉากหนึ่ง แล้วลองซ้อมกันดู เรฟได้รับบทเป็นอชิ หนุ่มน้อยโอเมกาที่ต้องร่วมงานอย่างใกล้ชิดกับอัลฟาที่ชื่อว่าจิระ

“เอ ตัวละครเป็นคนสดใสร่าเริงสินะครับ” เรฟถามไดเรกเตอร์ “ถ้าอย่างนั้นใช้โทนเสียงสูงหน่อยน่าจะเข้ากับบทบาท”

“ไหนลองพูดประโยคนี้ด้วยเสียงตัวละครดูครับ” พินิจชี้บทพูดให้ดู

“อ่า…อะแฮ่ม…หวา! แมวตัวนี้น่ารักจังเลย คุณจิระชอบแมวมั้ยครับ? ดูมันอ้อนสิ เมี้ยวๆ” เรฟลองสวมบทบาทดู น้ำเสียงและสีหน้าดูประหลาดใจ ตาเป็นประกาย พินิจก็ยิ้มให้แล้วพยักหน้าเป็นเชิงว่าเหมาะมาก

แมวเหรอ? อืม…ฉันชอบหมามากกว่า มันเชื่อฟังและไม่เอาแต่ใจ” เสียงทุ้มลอยมาจากด้านหลังของเรฟ กริชก็ลองต่อบทดู เป็นบทของตัวเอกอีกตัวที่จะแสดงความคิดเห็นต่อสัตว์เลี้ยง

“อ๊ะ…” เรฟเบิกตากว้างเมื่อได้เห็นความโปรของกริชที่สามารถสวมบทบาทได้ทันที เขาเลยลองต่อบทดูบ้าง “อะแฮ่ม…คุณจิระนี่ไม่เข้าใจสุนทรียศาสตร์ในการตามใจแมวเอาซะเลย ผมน่ะถึงจะเฟลตอนมันทำตัวหยิ่งใส่ แต่พอถึงเวลามันก็จะอ้อนเราเอง น่ารักจะตาย

อชิ นี่นายเป็นพวกเอ็มรึเปล่าเนี่ย ชอบเป็นฝ่ายถูกควบคุมรึไง?

ไม่ใช่อย่างนั้นซะหน่อยนะ คุณจิระ!

หึ แล้วถ้าฉันลองควบคุมนายบ้างล่ะ? นายจะรู้สึกดีใจเหมือนกับเวลาที่เล่นกับแมวรึเปล่า?” กริชยื่นหน้าเข้ามาใกล้ราวกับว่าสวมวิญญาณของตัวละครจิระเข้าไปแล้ว เขาจ้องดวงตาสีชมพูของเรฟด้วยแววตาหยั่งเชิง จมูกได้กลิ่นหอมหวานโชยมาจากร่างกายของอีกคน

“อึก…” เรฟที่ไม่ค่อยได้ใกล้ชิดกับคนอื่นนอกจากคนสนิทก็รู้สึกตกใจเล็กน้อย น้อยคนที่จะจ้องหน้าเขาใกล้ขนาดนี้ ดวงตาสีม่วงดูมีเสน่ห์ลึกลับชวนหลงใหลจนเรฟเผลอหยุดหายใจ “อะ-อ่า…”

“อ่า โทษทีๆ ผมอินบทไปหน่อย เรฟคงจะตกใจจนลืมบท แต่ว่าเก่งมากเลยนะที่สามารถอ่านบทแล้วถ่ายทอดออกมาได้ดีขนาดนี้” กริชยิ้มเจื่อนๆ แล้วยืดตัวตรง เขาขอโทษอีกฝ่าย จากนั้นก็กล่าวชมเรฟที่สามารถต่อบทกันได้จนเขาอินในบทบาท

“ไม่เป็นไรครับๆ ผมก็ตะลึงไปเลยที่คุณกริชเข้าถึงบทบาทได้อย่างรวดเร็ว” เรฟยิ้มตาหยี “ผมตามไม่ทันเลยจริงๆ ขอโทษที่ทำให้สะดุดไปนะครับ”

แปะๆๆ

เสียงปรบมือดังมาจากทางผู้กำกับที่คอยดูปฏิกิริยาของทั้งคู่ เขายิ้มกว้างและกล่าวว่าดีใจที่ทั้งสองนักพากย์ตัวเอกสามารถเข้าขากันได้ดี

“คุณเรเวนอาจจะประหม่าเพราะเป็นงานแรก แต่ว่าก็ทำออกมาได้ดีเลยนะครับ สุดยอดไปเลย” พินิจเอ่ยชมแล้วหันไปทางกริช “คุณกริชคิดว่ายังไงบ้างครับ?”

“ผมก็คิดว่าเรฟมีพรสวรรค์นะครับ ถ้าฝึกจนหายประหม่าน่าจะเป็นนักพากย์ที่เก่งได้ ผมเคยดูช่องยูทูบของเขามานิดหน่อย ทักษะการพากย์เสียงตัวละครต่างๆ และแปลเป็นภาษาไทยก็เข้ากับตัวละครมากด้วย อันที่จริงถ้าเริ่มต้นเป็นนักเล่านิทานหรือคนอ่านหนังสือให้คนตาบอดฟังก็น่าจะทำได้ดีเช่นกันนะครับ” กริชให้ความคิดเห็นด้วยรอยยิ้ม ทีมงานที่อยู่ในห้องก็กล่าวชมด้วยเช่นกัน

“อ่า ทุกคนชมเยอะเกินไปแล้วครับ ผมยังไม่ได้เก่งขนาดนั้น” เรฟหน้าแดงเล็กน้อย เอาตัวบทมาบังหน้าด้วยความเคอะเขิน “ผมว่าทางทีมงานน่าจะคิดมาดีแล้วว่าบทนี้เหมาะกับเสียงของผม แล้วนิสัยของอชิก็ค่อนข้างคล้ายกับผมอยู่หน่อยๆ ก็เลยอินได้ง่ายมั้งครับ”

“ถ้าอย่างนั้นพวกเราก็มาลองคุยเรื่องรายละเอียดอื่นๆ ดูบ้างนะครับ จะได้ตัดสินใจว่าจะไปต่อรึเปล่า ส่วนคุณเรเวนก็ไม่ต้องเป็นห่วงนะครับ เรื่องตัวจริงทางเราจะปิดบังไว้อย่างดี เดี๋ยวจะให้มาร่างสัญญาด้วยกันนะครับ” พินิจกล่าวพลางเชิญนักพากย์ทั้งสองไปยังห้องประชุมที่เป็นทางการกว่าเดิม

ทีมงานที่เกี่ยวข้องทุกคนได้เข้าร่วมประชุมเล็กๆ เพื่อแจกแจงรายละเอียดสำหรับงานพากย์ครั้งนี้ เปิดโอกาสให้นักพากย์หลักได้แสดงความคิดเห็นต่อบทบาทและหาทางดำเนินงานร่วมกันได้อย่างสบายใจทั้งสองฝ่าย

หลังจากการประชุมจบลง ทางสตูดิโอก็กล่าวว่าจะร่างสัญญาให้เรฟอ่านทางอีเมล ซึ่งได้ตกลงที่จะรับงานนี้แล้ว ระหว่างที่เรฟกำลังเก็บของใส่กระเป๋าสะพายข้าง กริชก็เข้ามาหาแล้วชวนพูดคุยด้วย

“เรฟ ยังประหม่าอยู่รึเปล่า?”

“อ่า คุณกริช ผมก็ยังมีนิดหน่อยครับ” เรฟยิ้มแห้งๆ “คือว่างานพากย์แบบนี้มันดูต้องใช้เสียงสื่ออารมณ์เยอะมากๆ ผมน่ะเคยพากย์แต่เกมที่มีสีหน้าท่าทางของตัวละคร แล้วก็การพากย์ต่อบทกับคนอื่นด้วย ผมก็ยังไม่ค่อยมั่นใจเท่าไหร่ว่าจะทำได้ดีรึเปล่า แต่ก็อยากจะลองทำอะไรใหม่ๆ ดูครับ ยังไงซะงานปัจจุบันของผมก็เป็นการใช้เสียงอยู่แล้ว ถ้าฝึกอีกหน่อยคงหายประหม่า”

“ถ้าเธอไม่รังเกียจ แลกเบอร์กับฉันมั้ย? เผื่อเวลาเธอมีปัญหา ฉันอาจจะให้คำแนะนำเธอได้” กริชยิ้มอ่อนโยน มองอีกฝ่ายเหมือนเป็นน้องใหม่ในวงการที่เขาอยากจะดูแล

“อ่า ได้เลยครับ ผมก็อยากมีคนให้คำแนะนำเรื่องงานพากย์อยู่พอดีเลย” เรฟหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาแล้วแลกเบอร์กับกริชอย่างรวดเร็ว จากนั้นก็เก็บโทรศัพท์เข้ากระเป๋า

“ถ้ามีอะไรก็โทรมาหานะ หรือจะวิดีโอคอลก็ได้” คนผมเงินกล่าว “ว่าแต่ เธอใช้น้ำหอมกลิ่นอะไรเหรอ? กลิ่นสดชื่นดูเข้ากับบุคลิกเธอมาก”

“เอ๋…อ้อ น่าจะซัมเมอร์บรีซ (Summer breeze) มั้งครับ เมื่อเช้าผมก็รีบๆ มีใช้หลายกลิ่น ก็ไม่แน่ใจเหมือนกันครับ” เรฟพูดยิ้มๆ แล้วนึกได้ว่าต้องรีบกลับบ้านไปสตรีมตามตารางงาน “อ้อ จริงสิ ผมต้องกลับแล้วล่ะครับ คงต้องขอตัวก่อน ไว้เจอกันใหม่นะครับ!”

เรฟยกมือไหว้อีกฝ่ายก่อนจะหมุนตัวเดินออกไปจากสตูดิโอ กริชก็รับไหว้แล้วโบกมือลาทั้งรอยยิ้ม รู้สึกว่ากิริยาของคนตรงหน้าดูน่ารักซุกซนเหมือนกับน้องสาวของเขา

“โชคดีๆ ไว้เจอกันใหม่”

โปรดติดตามตอนต่อไป…

*หมายเหตุ – ดรามาซีดี (Drama CD) หรือละครเสียง (Audio Drama) เป็นสื่อบันเทิงชนิดหนึ่งที่มีแต่การใช้เสียงเพื่อดำเนินเนื้อเรื่อง นอกจากจะมีเสียงพากย์ตัวละครที่พูดคุยกันแล้ว ยังมีการใช้เสียงประกอบฉากเพื่อแสดงเหตุการณ์ต่างๆ ด้วย เช่น เสียงนกร้องแสดงถึงยามเช้า เสียงจอแจแสดงถึงบรรยากาศฝูงชนที่คลาคล่ำเต็มฉากนั้นๆ

สามารถติดตามอ่านเนื้อหาทั้งหมดได้ในแอป