16 พฤษภาคม วันเปิดเทอมวันแรก
ท่ามกลางเสียงผู้คนขวักไขว่ในยามเช้า ในตลาดนัดแห่งหนึ่งซึ่งมีชาวบ้านออกมาตั้งแผงร้านค้าขายของกันเกลื่อนไปทั่วบริเวณ หน้าวัดก็เต็มไปด้วยร้านขายดอกไม้ พวงมาลัยถวายพระ ร้านแกงคึกคักจนแม่ค้าตักแกงแทบไม่ทัน ร้านขายผักก็มีผู้คนมาเลือกซื้อมากมาย ร้านปาท่องโก๋ก็มีผู้คนมาต่อคิวเป็นจำนวนมาก ร้านน้ำเต้าหู้เองก็มีลูกค้าเพียบเช่นกัน เด็กหนุ่มคนหนึ่งแต่งกายในชุดนักเรียนกำลังเดินไปพลางแวะซื้อของกินเป็นอาหารเช้าไปด้วย
หมูสะเต๊ะกับข้าวเหนียวเป็นเสบียงในยามเช้าที่เด็กหนุ่มเลือก
ขณะที่พ่อค้าหมูสะเต๊ะกำลังปิ้งหมูอยู่นั้น เด็กหนุ่มอีกคนซึ่งแต่งกายในชุดนักเรียน ปักตัวย่อโรงเรียน ข.ศ.ก็มาสั่งหมูสะเต๊ะห้าไม้กับข้าวเหนียวหนึ่งห่อต่อคิวจากเด็กหนุ่มคนแรก ทั้งคู่ยืนเคียงกัน ฝ่ายที่มาทีแรกสูงกว่าอีกฝ่ายเล็กน้อยและไม่หันมาสบตาเด็กหนุ่มผู้มาทีหลังเลย เด็กหนุ่มผู้มาทีหลังลอบมองพิจารณาอีกฝ่ายที่มาต่อคิวก่อน ก่อนจะยืนรอคิวของตนต่อไป
ร้านหมูสะเต๊ะปิ้งคิวแรกเสร็จ เด็กหนุ่มก็รับหมูทั้งสี่ไม้พร้อมข้าวเหนียวแล้วเดินต่อไปยังทิศที่โรงเรียนตั้งอยู่ ทันใดนั้นเองก็มีเสียงกรีดร้องของผู้หญิงคนหนึ่งดังขึ้น
“ช่วยด้วยค่า ช่วยด้วย โจรวิ่งราวค่า”
ผู้หญิงคนนั้นวิ่งไปร้องตะโกนไป โจรสวมเสื้อสีแดงถือกระเป๋าทรงผู้หญิงวิ่งนำหน้าห่างกันราวๆ 100 เมตร เด็กหนุ่มที่เพิ่งได้รับหมูสะเต๊ะไปไม่รอช้า รีบวิ่งตามโจรไปทันที ทีแรกเด็กหนุ่มวิ่งนำหน้าผู้หญิงไปก่อน ก่อนที่จะทำระยะห่างระหว่างโจรกับตัวเองใกล้เข้ามาเรื่อยๆ และแล้วในที่สุด…
เมื่ออยู่ในระยะใกล้พอควรแล้ว เด็กหนุ่มก็กระโดดถีบ จนโจรล้มลง และรีบล็อกตัวชายสวมเสื้อสีแดงทันที
“จับโจรได้แล้วครับ”
เด็กหนุ่มบอกกับผู้หญิงที่วิ่งตามมา และบอกให้โทรเรียกตำรวจกับให้ผู้ชายร่างกำยำแถวนั้นมาล็อกตัวคนร้ายแทน ด้วย เพราะเดี๋ยวถ้าต้องอยู่เป็นพยานจะทำให้ไปโรงเรียนสาย พลเมืองดีแถวนั้นจึงช่วยกันจับคนร้ายให้
…หมูสะเต๊ะหล่นหายไปตอนไหนไม่รู้…
จะเดินกลับไปซื้อใหม่ก็ใช่ที่ แถมยังพ้นเขตตลาดมาไกลพอควร เสื้อเริ่มเปียกโชกไปด้วยเหงื่อ วันแรกของการไปโรงเรียนมันไม่ควรเป็นแบบนี้สิ
แย่จัง….
ได้แต่ฝากความหวังไว้กับโรงอาหารโรงเรียนที่ไม่รู้ว่าจะมีอะไรอร่อยหรือเปล่า เด็กหนุ่มคิดเช่นนั้น และก็เดินต่อไปตามทางของตน โดยที่ไม่รู้เลยว่า เหตุการณ์ทั้งหมดตกอยู่ในสายตาคู่หนึ่งที่มองไล่หลังมา
ณ โรงอาหารโรงเรียน
เด็กหนุ่มสำรวจร้านขายอาหารประจำโรงเรียนทั้งหมด ก่อนที่จะตัดสินใจเลือกร้านแรก ทั้งหมดนี้มาจากหน้าตาอาหารล้วนๆ จะอร่อยหรือเปล่ามีแต่ต้องลองชิมเท่านั้น เด็กหนุ่มเลือกเมนูทอดมันไข่ดาว อาหารแห้งๆที่ไม่มีน้ำแกงใดๆราดเลย และน้ำเปล่าหนึ่งขวด เมื่อได้รับอาหาร เด็กหนุ่มก็เดินมานั่งตรงโต๊ะกลางโรงอาหาร พอเด็กหนุ่มตักอาหารใส่ปากคำแรก
…อร่อย….
…รสชาติไม่แย่เท่าที่คิด…
และเมื่อรับรู้รสชาติของทอดมันแล้ว เด็กหนุ่มรีบจัดการอาหารตรงหน้าด้วยความหิวโหย เช้านี้ช่างเป็นวันที่ออกแรงมากไปเหลือเกิน และเมื่อทานอาหารเสร็จแล้ว เด็กหนุ่มก็เอาจานไปวางไว้ ณ จุดวางภาชนะ แล้วก็เดินหาห้องเรียนของตน
ตึกเรียนที่นี่เป็นรูปตัว E มีทั้งหมด 4 ชั้น ทาสีฟ้าสลับม่วงซึ่งเป็นสีประจำโรงเรียน สหกรณ์โรงเรียนอยู่ชั้นล่าง และห้องพยาบาลก็เช่นกัน เด็กหนุ่มค่อยๆเดินสำรวจโรงเรียนอย่างอ้อยอิ่ง เนื่องจากยังเป็นเวลาที่ไม่สายเกินไปนักทำให้เด็กหนุ่มยังพอมีเวลาอยู่บ้าง
เดี๋ยวสิเรายังมีเวลาอยู่ รีบไปวางกระเป๋าที่ห้องเรียนแล้วมาสำรวจโรงเรียนก็ได้
เมื่อคิดได้ดังนั้น เด็กหนุ่มจึงรีบไปหาห้องเรียนของตัวเอง
4/8… 4/8… 4/8…
เด็กหนุ่มพึมพำอยู่คนเดียวราวกับสวดมนต์ เดินได้อยู่ซักพัก ไล่เรียงห้องเรียนไปเรื่อยๆ ในที่สุดก็ถึงห้อง 4/8
ดีนะ ที่ตอนปฐมนิเทศเคยมาร.ร.นี้ครั้งหนึ่งแล้วเลยไม่หลง…
เนื่องจากยังเป็นเวลาใกล้เข้าเรียนแล้ว แต่ในห้องก็มีนักเรียนบางตาอยู่ บางทีเด็กเหล่านั้นคงไปฆ่าเวลาก่อนเข้าเรียนกันที่อื่น
เด็กหนุ่มวางกระเป๋าที่เก้าอี้หลังห้อง แล้วเดินออกไป มีสองสามคนที่จับกลุ่มคุยกันอยู่หันมามอง แต่ก็หันกลับไปโดยไม่ได้สนใจอะไร
ไปไหนดีนะ…
เด็กหนุ่มคิด
ไปสหกรณ์ดีกว่าเผื่อมีของกินเล่นอะไร…
วันนี้ใช้พลังงานมากก็เติมพลังซักหน่อยดีกว่า เมื่อคิดได้ดังนั้น เด็กหนุ่มก็ลงจากชั้น 3 มายังชั้นล่างที่สหกรณ์ตั้งอยู่ ไม่นานนักก็มาถึงจุดหมาย
สหกรณ์โรงเรียน ขนานนามศึกษา เป็นห้อง 2 ห้องติดกัน มีขนมปังหลายแบบขายพร้อมโต๊ะกระจกจำหน่ายเครื่องเขียน ทั้งดินสอ 2B ยางลบดินสอ เครื่องหมายโรงเรียน ผ้าพันคอลูกเสือ วอล์กเกอร์ ต่างๆ ในตู้เย็นยังมีนมโรงเรียนจำหน่ายในราคาถุงละ 5 บาทเท่านั้น
เมื่อเด็กหนุ่มตัดสินใจเลือกมื้อเช้าเพิ่มเติมของตัวเองได้แล้ว ก็เดินไปหยิบนมโรงเรียนรสช็อกโกแลต 1 ถุง กับขนมปังเนยสดและขนมปังไส้หมูหยองรวมเป็น 2 ชิ้นแล้วนำไปชำระที่ที่คิดเงิน
หลังเดินออกจากสหกรณ์ เด็กหนุ่มก็นั่งกินที่ใต้ร่มไม้ข้างๆสนามวอลเลย์บอล
อร่อยจัง…
ไม่นานนัก เด็กหนุ่มก็จัดการมื้อเช้าเพิ่มเติมของตัวเองเรียบร้อย แล้วก็นั่งมองอะไรไปเรื่อยเปื่อย จากตรงที่เขานั่งสามารถมองเห็นสนามฟุตบอลที่เป็นปูนและดูท่าจะเป็นที่เข้าแถวยามเช้าของเหล่านักเรียน เนื่องจากมีเสาธงตั้งตระหง่านอยู่ เด็กหนุ่มมองอะไรไปเรื่อย พร้อมกับคิดว่า วันเปิดเทอมวันแรกนี้จะเป็นอย่างไรกันนะ จะมีเพื่อนบ้างหรือเปล่า การเรียนจะเริ่มเรียนวันนี้เลยไหม ชีวิตในรั้วโรงเรียนของตนจะไปในทิศทางไหน ไม่ทันไรก็พบว่ามีสุนัขตัวหนึ่งเดินตรงดิ่งมาหาเขา ดูลักษณะแล้วน่าจะเป็นพันธุ์โกลเด้นรีทีฟเวอร์
หมาจรเหรอ? ใครเอาโกลเด้นมาปล่อยกันนะ…หรือว่าหมาหลง
เด็กหนุ่มลูบหัวมัน มันก็ร้องหงิงๆด้วยความดีใจที่มีคนมาเล่นด้วย เด็กหนุ่มคุ้นชินกับการเล่นหมาแมวจรจัดเป็นอย่างดี เสียดายที่แถวนี้ไม่มีร้านที่ขายของที่มันกินได้ ไม่เช่นนั้นเขาคงได้ให้หมูสะเต๊ะหรือลูกชิ้นซักไม้ แต่เดี๋ยวก่อน…
มีเซเว่นอยู่หน้าโรงเรียนนี่นา
ใช่แล้ว ตอนที่เด็กหนุ่มเดินผ่านมา มีเซเว่นอยู่หน้าโรงเรียนจริงๆ
แต่ดูจากเวลาแล้ว คงไปซื้อแล้วกลับเข้ามาโรงเรียนไม่ทันแน่ๆ
เอาไว้ก่อนละกันนะ เจ้าหมาน้อย…
ขนของสุนัขตัวนี้ยาวสลวยไม่พันกัน จนเด็กหนุ่มนึกอยากเอาแปรงมาแปรงขนให้มันซะจริงๆ ยิ่งพิจารณาหมาตัวนี้ไปเรื่อยๆ ก็คิดว่ามันน่าจะเป็นหมาหลงมากกว่าสุนัขจรจัด
หลงมาจากที่ไหนกันนะ เดี๋ยววันนี้ขากลับค่อยมองหาป้ายตามหาหมาหายดีกว่า เอ๊ะ หรือจะลองไถทวิตเตอร์ดู เผื่อจะมีประกาศตามหาโกลเด้น
เด็กหนุ่มเปิดโทรศัพท์มือถือ แล้วเข้าแท็ก #ตามหาหมาหาย หรืออะไรทำนองนั้น ไถอยู่สักครู่ก็ค้นพบประกาศตามหาโกลเด้น พิกัดแถวๆโรงเรียน ข.ศ. น่าจะเป็นตัวเดียวกันนะ เด็กหนุ่มเปิดกล้องมือถือ ถ่ายรูปแล้วส่งไปในข้อความของเจ้าของทวิตว่าเจอสุนัขแล้ว จะฝากไว้กับยามหน้าประตูโรงเรียน เมื่อปิดมือถือ เด็กหนุ่มก็พามันไปหายามหน้าประตูโรงเรียน ซึ่งยามก็ให้การต้อนรับเป็นอย่างดี พร้อมบอกว่าจะช่วยดูแลให้
วันนี้ทำความดีติดกัน 2 ครั้งเลยแฮะ…เราจะได้โชคอะไรบ้างหรือเปล่านะ
ขณะที่เด็กหนุ่มคิดอะไรเพลินๆ ก็ได้ยินเสียงออด พร้อมกับเสียงจากไมโครโฟน ให้นักเรียนตั้งแถวเตรียมเคารพธงชาติ
อาจารย์เริ่มตะโกนบอกให้นักเรียนมาตั้งแถวตามจุดที่กำหนดไว้ เด็กหนุ่มรีบไปตั้งแถวยังแถวห้องของตัวเอง ไม่นานนัก นักเรียนก็มาเข้าแถวกันมากขึ้นเรื่อยๆ เด็กหนุ่มได้อยู่หัวแถวเพราะเป็นคนที่สูงที่สุดในแถว
เมื่อแถวในตอนเช้าเริ่มเป็นระเบียบเรียบร้อยแล้ว ก็ได้เวลาเคารพธงชาติ ทุกคนร้องเพลงอย่างพร้อมเพรียงกัน จากนั้นก็ได้เวลาสวดมนต์และปฏิญาณตน จากนั้นผู้อำนวยการก็ให้โอวาทวันเปิดเรียนแก่นักเรียน เมื่อทุกอย่างเสร็จสิ้นแล้ว เด็กหนุ่มก็เดินตามอาจารย์ประจำห้องไปขึ้นตึกเรียนของตน
เมื่อถึงโฮมรูมตอนเช้า อาจารย์ผู้ชายวัยกลางคน แต่ดูแล้วอายุไม่น่าจะเกิน 50 รูปร่างผอม แต่ไม่สูงเท่าใดนัก สวมเสื้อยืดกีฬาฟ้า-ม่วง อันเป็นสีประจำโรงเรียนออกมาพูดหน้าห้อง เด็กหนุ่มพลางนึกในใจว่านี่คงเป็นอาจารย์ประจำชั้นของตนสินะ อาจารย์แนะนำตัวว่าชื่ออ.ธรรมนูญ เป็นอาจารย์สอนวิชาพละ วันนี้อ.ดีใจมากที่ได้เจอนักเรียนทุกคน ถ้ามีปัญหาชีวิตในโรงเรียนหรือปัญหาส่วนตัวสามารถมาปรึกษาอ.ได้ แต่ห้ามยืมตังค์อันเป็นมุกตลกคลาสสิก จากนั้นอาจารย์ก็ให้นักเรียนทุกคนแนะนำตัวตามเลขที่ เด็กหนุ่มรู้สึกตื่นเต้นเล็กน้อย เด็กหนุ่มแอบชำเลืองมองเพื่อนที่นั่งข้างๆ เขาแลดูจะตื่นเต้นนิดๆเหมือนกัน
เมื่อถึงคิวของตน เด็กหนุ่มรวบรวมความกล้า แนะนำตัว
“เราชื่อ ไม้สัก เมฆาสิริ เรียกสั้นๆว่า ไม้ก็ได้”
“ชื่อไม้สักนี่ที่บ้านมีไม้สักเยอะใช่หรือเปล่า ขอครูซักท่อนสิ จะไปทำเก้าอี้”
อาจารย์พยายามปล่อยมุกฝืดๆ เพื่อให้นักเรียนไม่เกร็งจนเกินไป พอพ้นจากลำดับของไม้ ก็เป็นลำดับของเพื่อนที่นั่งข้างกันพอดี
“เราชื่อ เหรียญทอง ศิลาปรเมศร์ เรียกสั้นๆว่า เหรียญ หรือหลอนก็ได้นะ ฝากตัวด้วย”
ไม่มีใครส่งมุกมา ก็เล่นมุกชงเองตบเองซะงั้น..
ทุกคนหัวเราะ ดูท่ามุกของนายเหรียญจะได้ผล เมื่อเหรียญ นั่งเก้าอี้ ไม้ก็ทักเพื่อนใหม่ทันที
“เหรียญ เราไม้ ฝากตัวด้วยนะ”
“เช่นกัน เดี๋ยวพอถึงชม.แรกต้องเดินเรียนไปภาควิชาคณิตศาสตร์ เราไปนั่งด้วยกันละกันนะ”
ไม้ลองพิจารณาเหรียญ ก็พบว่าเขามีหน้าตากระเดียดไปทางลูกครึ่ง ท่าทางจะเป็นลูกคนมีฐานะ ผิวขาวหมดจด หน้าตาดูดี จมูกโด่งเป็นสัน ตาสีน้ำตาลอ่อน ดูเป็นคนเฟรนด์ลี่ น่าคบหา แล้วพอนั่งฟังการแนะนำตัวต่อไป ไม้ก็พบว่าตัวเองสามารถจำชื่อเพื่อนในห้อง ได้ประมาณ 5-6 คนเท่านั้น อย่างว่าแหละ ก็วันแรกนี่นะ ไม้พยายามยิ้มเยอะๆเพื่อปรับตัวให้เข้ากับเพื่อนใหม่ได้
ออดดดดดดดด
ออดดังอีกครั้ง เป็นอันจบชม.โฮมรูม ชั่วโมง 1 เริ่มต้นขึ้น เป็นชม.เลข 2 คาบ พอถึงพัก 10 นาที ไม้ก็รู้สึกอยากไปเข้าห้องน้ำ จึงเดินออกไปเข้าห้องน้ำ พอไม้ทำธุระเสร็จ ก็เดินออกมาล้างมือ ไม้มองตัวเองในกระจกก็บอกกับตัวเองว่า
สู้ๆนะ พยายามเข้า…
หลังจากนั้นก็เดินกลับเข้าห้องเรียนวิชาถัดไปอันได้แก่วิชาศิลปะ เหรียญนั่งที่โต๊ะขนาดใหญ่ร่วมกับเพื่อนอีก 4 คน และกำลังเล่าถึงเรื่องสมญาหลอนของตัวเองว่ามาจากการที่ไปโฮมสเตย์ที่อเมริกา แล้วโฮสต์มัมออกเสียงคำว่าเหรียญไม่ได้ ออกได้เป็นคำว่า หลอน ก็เลยเป็นชื่อหลอนแทน ทุกคนในวงหัวเราะ ไม้มาถึงก็พยายามมีส่วนร่วมกับทุกคนด้วย เพื่อนอีก 4 คนก็แนะนำตัวกับไม้อีกครั้ง
วิชาศิลปะ ตอนนี้ยังสอนแค่ภาคทฤษฎีและอาจารย์บอกให้เตรียมของที่จะมาทำกันคาบหน้า ซึ่งเป็นสัปดาห์ถัดไป เพราะชั่วโมงศิลปะมีแค่ 1 คาบ / สัปดาห์เท่านั้น พวกอุปกรณ์การศึกษาที่พวกต้องเตรียมต้องซื้อนอกโรงเรียน ซึ่งก็มีร้านอยู่ใกล้ๆโรงเรียนนั่นเอง
วันนี้ทั้งวัน มีแต่ภาคทฤษฎีไม่มีการเรียนการสอนแบบจริงจัง นับเป็นวันสบายๆของพวกนักเรียนโดยแท้จริง เมื่อถึงตอนพักกลางวัน ไม้ก็ไปกินกับเพื่อนใหม่ที่โรงอาหารของโรงเรียน ไม้เลือกทอดมันไข่ดาวอีกครั้ง ส่วนของเหรียญเป็นไข่พะโล้ปลาทู
“กินอะไรดูแห้งแล้งจัง”
เหรียญแอบแซวไม้ไปงั้นๆ สำหรับไม้ นี่ไม่ใช่เหรียญเป็นคนแรกที่ทักเรื่องเซนส์ในการเลือกเมนูของตัวเอง
“พอดีเมื่อเช้าลองกินแล้วเห็นว่ามันอร่อย ก็เลยมาซ้ำน่ะ”
“โอ้โห แปลว่าชอบมากหรืออร่อยมากกันนะ วันหลังลองสั่งทอดมันมั่งดีกว่า”
ว่าแล้วทั้งสองก็กินอย่างเอร็ดอร่อย เมื่ออิ่มแล้ว เหรียญก็ชวนไม้ไปเตะบอลพลาสติกกันที่สนามปูนที่เป็นที่เคารพธงชาติหน้าโรงเรียน ตอนแรกๆก็มีกันอยู่ 2 คนไปๆมาก็เริ่มรวมกลุ่มกันเป็นทีมละ 5 คน เล่นกันแบบจริงจังตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้ จนเสียงออดหมดเวลาพักเที่ยงดังขึ้น เวลาสนุกของเหล่าเด็กหนุ่มจึงจบลง
เวลาเรียนดำเนินต่อไปจนถึงบ่ายสาม อันเป็นเวลาเลิกเรียน ไม้ถามเหรียญว่าบ้านไปทางไหน เหรียญตอบมาว่าบ้านอยู่คนละทิศกับไม้ ดังนั้นไม้จึงร่ำลาเหรียญ แล้วเดินออกไปทักลุงยาม
“ลุงครับ เจ้าของหมาเขามารับมันไปแล้วใช่มั้ยครับ”
ลุงยามหันมาตอบว่า
“อื้อ เพิ่งจะไปเมื่อกี้นี้เอง เป็นเด็กโรงเรียนเรานี่เอง จริงๆตอนพักกลางวันเขาก็มาหามันนะ”
ไม้เอ่ยคำขอบคุณลุงยาม ก่อนจะเดินออกมา แล้วเช็กมือถือ เจ้าของหมาตอบข้อความมาแล้วจริงๆ
“ขอบคุณมากนะครับ เงินรางวัลให้โอนให้เลยมั้ยครับ บอกเบอร์บัญชีมาได้เลยครับ”
ไม้พิมพ์ตอบกลับไป
“ไม่เป็นไรครับ แค่มันหาบ้านเจอก็พอใจแล้วครับ”
เสร็จแล้วไม้ก็ปิดมือถือ เดินออกจากบริเวณโรงเรียนด้วยความอิ่มอกอิ่มใจ
ดีใจด้วยนะ เจ้าหมาน้อย เจ้าของมารับกลับไปแล้ว…
ไม้เดินมาเรื่อยๆ แวะร้านสะดวกซื้อแถวๆนั้นเพื่อเตรียมเสบียงเพิ่มเติม สำหรับเด็กม.4 อย่างไม้ซึ่งอยู่ในวัยกำลังกินกำลังโต กินแค่นี้ยังน้อยนัก
เมื่อเดินมาถึงบริเวณที่จับโจรได้เมื่อเช้า ไม้ก็นึกถึงเรื่องเมื่อเช้าขึ้นมา ที่ตัวเองก่อวีรกรรมเอาไว้
เป็นวันที่เหนื่อยจริงๆเลยน้า…
วันนี้กลับถึงบ้านจะหลับให้สะใจไปเลย ไม้คิดในใจ พลางเดินเข้าซอยบ้าน บ้านของไม้กับโรงเรียนไม่ไกลกันมาก จนสามารถเดินไปโรงเรียนได้ มีเพียงตลาดนัดคั่นกลางระหว่างบ้านกับโรงเรียนเท่านั้นเอง
บ้านของไม้อยู่ในหมู่บ้านเอี่ยมวิจิตร เป็นทาวน์โฮม 3 ชั้น บ้านริมสุดซอย 2 เป็นบ้านใหม่อายุไม่เกิน 5 ปี ครอบครัวของไม้เพิ่งย้ายมาอยู่ที่นี่เมื่อปีการศึกษานี้เอง บ้านใหม่ของไม้กับบ้านเก่าค่อนข้างใกล้กัน ไม้จึงไม่รู้สึกแปลกแตกต่างเท่าไรนัก ไม้มาถึงบ้านก็ทักแม่
“เป็นไงบ้าง โรงเรียนใหม่”
แม่ถาม ไม้หันกลับมามองแม่ แม่ของไม้ดูท่าทางสาวกว่าอายุจริงเล็กน้อย รวบผมไว้ด้านหลัง กำลังเตรียมอาหารเย็นอยู่
“ดีครับ”
ไม้ตอบสั้นๆเพราะไม่รู้จะตอบว่าอะไร จะให้รายงานว่าเมื่อเช้าจับโจรได้ แล้วตามหาหมาหายเจอก็ใช่ที่ จึงไม่พูดถึง
“เออ เมื่อเช้าหลังไม้ออกไปจากบ้านแล้ว แม่ได้ยินคนที่ตลาดเขาพูดกันว่ามีโจรวิ่งราว แล้วมีเด็กนักเรียนโรงเรียนลูกจับตัวไว้ได้ด้วยนะ”
“…เหรอครับ”
ไม้คิดในใจว่า ไม่บอกดีกว่า ดีที่ตอนนี้แม่ยังไม่สนิทกับคนในหมู่บ้านหรือตลาดนัดมากนักเนื่องจากเพิ่งย้ายมาใหม่ ไม่งั้นแม่คงโพนทะนาไปสามบ้านแปดบ้านว่า ลูกชายฉันเองค่ะ
“วันนี้แม่ทำแกงเขียวหวาน ของโปรดไม้ไว้ด้วย เดี๋ยวอาบน้ำแล้วลงมากินนะ”
ไม้ตอบรับ และเดินเข้าห้องส่วนตัวไป ไม้วางเป้ไว้ข้างเตียง และหยิบมือถือขึ้นมาเล่นอีกครั้ง เหมือนจะมีข้อความเข้ามา
“ไม่รับรางวัลจริงๆเหรอครับ งั้นเปลี่ยนเป็นเลี้ยงข้าวซักมื้อได้มั้ยครับ”
ตื้อจริงๆ…
ไม้ไถข้อความไปดูก่อนหน้าว่าตัวเองพิมพ์คำลงท้ายว่าครับไปหรือเปล่า เผื่อจะมีการเข้าใจผิดกันว่าตนเป็นผู้หญิง
นี่คือ โดนจีบอยู่มั้ยนะ…
ไม้พยายามมองโลกในแง่ดี เขาอาจจะเป็นคนไนซ์มากก็ได้ ปกติผู้ชายเขาชวนไปทานข้าวกันหรือเปล่าล่ะเนี่ย กับเหรียญก็อีกเรื่อง อันนั้นเพื่อนในห้อง แต่นี่คนไม่รู้จัก ชวนกินข้าว ไม่ไปน่าจะดีกว่า…
ไม้พิมพ์ปฏิเสธไปอย่างสุภาพ แล้วไถฟีดเฟซบุคต่อ อีกประเดี๋ยวก็มีข้อความทางทวิตเตอร์เข้ามาอีก
“อยากขอบคุณจริงๆนะครับ ให้โอกาสผมเถอะ ผมดีใจมากเลยที่หมาผมได้กลับบ้าน”
To be continued.